7 สิ่งพนักงานที่ดีต้องการมากที่สุดจากนายจ้าง

ถ้าคุณคือนายจ้างและมีพนักงานที่ดี คุณคงอยากรักษาเขาไว้ในองค์กรไปนานๆ แต่จะทำอย่างไรเพื่อรักษาพนักงานดีๆ ไว้ได้ ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจว่าพวกเขาก็เหมือนทุกคนบนโลกที่ต้องการประสบการณ์ในชีวิตและเขาก็ต้องการประสบการณ์ในการทำงานด้วย

ในการแสวงหากุญแจสำคัญเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของพนักงาน บริษัท ต่างๆ สูญเสียเงินหลายแสนหลายพันต่อปีในความพยายาม “พัฒนาผู้นำของพวกเขา

การพัฒนาความเป็นผู้นำมีความหมายกว้าง ดังนั้นจึงควรกำหนดให้ชัดเจนสำหรับผลลัพธ์ทางธุรกิจ ส่วนสำคัญคือการสอนศิลปะทักษะในการบริหารคน การนำพาองค์กรได้ดีส่วนใหญ่แล้วคือเรื่องคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด หากปราศจากการควบคุมทักษะของคนคุณก็ไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้

แต่การทำเช่นนั้นผู้จัดการต้องมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ สิ่งที่วิทยาศาสตร์ได้ค้นพบแล้วก็คืออารมณ์ที่ดีคือรากเหง้าของแรงจูงใจของมนุษย์ เราผูกกับมันในการสร้างความมุ่งหมาย

ดังนั้นผู้จัดการต้องมีความรู้เกี่ยวกับการทำให้คนรับรู้และรู้ว่าอะไรคือแรงบันดาลใจให้มนุษย์ปฎิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

จากการสำรวจ 7 สิ่งต่อไปนี้คือความต้องการของพนักงานที่ดี ซึ่งผู้จัดการควรทราบเพื่อนำไปใช้ในการบริหารบุคลากรค่ะ

1. คนที่ทำงานต้องรู้สึกปลอดภัย

นี่เป็นจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเริ่มต้นบทบาทใหม่หรืองาน พวกเขาต้องการความมั่นใจจากผู้นำของพวกเขา ผู้นำที่ชาญฉลาดจะสร้างพวกเขาขึ้นด้วยการให้กำลังใจสรรเสริญและให้การรับรองในเชิงบวก

ผู้นำจะแสดงให้พนักงานเห็นความหวังในอนาคต, ถามพวกเขาเกี่ยวกับเป้าหมายและความสนใจ, และให้ความเชื่อมั่นในอาชีพ

ความปลอดภัยเป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์และพนักงานที่ดีที่สุดต้องการทราบว่าพวกเขายืนในจุดไหนทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผู้นำที่ดีที่สุดจะให้ความหวังแก่พนักงานด้วยการพูดถึงความต้องการของพวกเขา

2. คนที่ทำงานต้องได้รับคำชม

ผู้นำต้องมีนิสัยชอบสรรเสริญและชมเชยคนที่มีคุณภาพและทำงานดี จากการศึกษาของบริษัท Gallup (บริษัทชั้นนำด้านการสำรวจ) พบว่า พนักงานที่ได้รับคำชมเชยสม่ำเสมอจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, ได้รับความจงรักภักดีและความพึงพอใจจากลูกค้าที่สูงขึ้น, และมีแนวโน้มที่จะอยู่กับองค์กรของตนนานขึ้น การให้คำชมเชยควรทำบ่อยแค่ไหน? จากการศึกษา Gallup กล่าวว่า ควรให้การชมเชยพนักงานสัปดาห์ละครั้ง

3. คนที่ทำงานต้องรู้สึกเข้าใจ

ในการวิจัยของ Gallup อันดับที่ห้าของข้อผิดพลาดในการบริหารงานที่ส่งผลให้พนักงานลาออก คือ ความล้มเหลวในการฟังและทำความเข้าใจกับพนักงาน เมื่อผู้นำไม่ขอความเห็นจากทีมงานของเขาความไว้วางใจจะเริ่มกัดกร่อน ผู้นำที่ดีที่สุดจะรับฟังพนักงานโดยปราศจากการตัดสินความฝัน, ความปรารถนา, ความกลัว, ความสุข, เป้าหมายและแรงบันดาลใจของพวกเขา จงทำให้พวกเขารู้สึกถึงความถูกต้องและเข้าใจ

4. คนต้องการความหมายและวัตถุประสงค์ในการทำงาน

Adam Grant ผู้แต่ง Give and Take หนังสือเกี่ยวกับกุญแจแห่งความประสบความสำเร็จที่ได้รับรางวัลและขายดีที่สุด กล่าวว่า เมื่อคนหาจุดมุ่งหมายในการทำงานของพวกเขามันไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสุขของบุคคลนั้นมันยังช่วยเพิ่มผลผลิตด้วย Grant กล่าวว่า วิธีเดียวที่จะให้พนักงานมีจุดมุ่งหมายคือให้พวกเขาพบกับคนที่เขาช่วยและให้บริการแม้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ตาม ผู้จัดการที่ให้พนักงานเข้าถึงลูกค้าเพื่อให้พวกเขามองเห็นผลกระทบโดยตรงที่พวกเขาทำในงาน เป็นแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์

5. คนที่ทำงานอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ตามงานวิจัยของ Gallup ข้อผิดพลาดอันดับที่สองที่นำไปสู่การลาออกของพนักงานคือการขาดการสื่อสาร ผู้จัดการต้องให้คำแนะนำและทิศทางแก่พนักงาน ให้ความเห็นเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของเขาเป็นประจำและชี้แจงเป้าหมายและความคาดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการเปลี่ยนแปลง ผู้จัดการยังต้องเปลี่ยนไดโนเสาร์ ที่รู้กันว่าคือ การทบทวนผลการปฏิบัติงานประจำปีของพนักงานด้วยการประเมินความก้าวหน้าของแต่ละคนแบบรายเดือนเพื่อฝึกสอนพนักงานและประเมินความก้าวหน้าของเขาอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่เกิดความประหลาดใจในภายหลัง นี่คือสิ่งที่ Millennial ผู้ประสบความสำเร็จสูงกระหายและต้องการให้การพัฒนาต่อไปเพื่อสร้างจุดแข็ง

6. คนที่ทำงานต้องรู้สึกมีคุณค่า

ผู้จัดการต้องเริ่มเชื่อและไว้วางใจในคนของพวกเขาด้วยการสนับสนุนมุมมองที่สูงของพวกเขาโดยแสดงความเคารพและให้เกียรติที่เขาสมควรได้รับในการทำงานดี ผู้นำที่ยิ่งใหญ่แสดงความสนใจในงานและแรงบันดาลใจในอาชีพของพวกเขา ผู้นำจะมองไปในอนาคตเพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และการพัฒนาสำหรับคนของเขา สุดท้ายพวกเขาจะหาว่าอะไรเป็นแรงจูงใจคนที่ดีที่สุด รู้ว่าอะไรคือความปรารถนาที่จะผลักดันสมาชิกในทีมแต่ละคน ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมด้านอารมณ์

7. และในที่สุดคนที่ทำงานต้องการความรัก

พนักงานก็เป็นคนและมีสายสัมพันธ์ ดังนั้นผู้บังคับบัญชาต้องสร้างชุมชนโดยการส่งเสริมความรู้สึกของการเป็นเจ้าของและการเชื่อมต่อสำหรับสมาชิกในทีมทุกคน ศาสตราจารย์ Barbara Fredrickson จากมหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลน่าผู้เขียน Love 2.0 ได้ศึกษาเกี่ยวกับอารมณ์มนุษย์ด้วยผลงานที่ลึกซึ้ง เธอถูกถามว่า ความผูกพันของคนในที่ทำงานได้รับการสร้างและขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกของความรักใช่หรือไม่ นี่คือสิ่งที่เธอพูดใน Fast Company:

“เมื่อคนรู้สึกว่าได้รับการดูแลหล่อเลี้ยงและเติบโตขึ้นเขาจะทำงานให้กับองค์กรได้ดี เพราะความรู้สึกเหล่านั้นดึงดูดความมุ่งมั่นและความจงรักภักดีเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ใด ๆ ถ้าคุณรู้สึกได้รับการยอมรับเป็นพิเศษ, ได้รับความเข้าใจ, เห็นคุณค่าและได้รับการชื่นชมแล้ว นั่นจะทำให้คุณมีความมุ่งมั่นต่อทีม, หัวหน้าและองค์กร นี่เป็นวิธีที่อารมณ์ด้านบวกทำงาน” แหละนั่นคือนิยามของความรักในงานที่ทำ

คุณในฐานะเจ้าของกิจการ, ผู้บริหาร, ผู้จัดการ ได้ใช้เคล็ดลับข้อไหนในการบริหารบุคลากรของคุณบ้างคะ มาเล่าสู่กันฟังเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะคะ

https://vsharecontent.com/contact/

Source
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s