7 เคล็ดลับการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดย่อมและE-Commerce

Introduction Video

คุณกำลังประสบปัญหาทำการตลาดออนไลน์แล้วยังไม่เห็นผลหรือไม่?

หากคุณทำธุรกิจขนาดย่อมหรือ E-Commerce ด้วยวิธีการตลาดแบบเดิมๆ คุณคงต้องใช้งบประมาณสูงและเห็นผลช้า

เพราะอะไรน่ะหรือ?

มันเป็นเรื่องยากสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่มีงบประมาณเพียงเล็กน้อยในการพยายามจัดการกลยุทธ์การตลาดของตนให้มีประสิทธิภาพในขณะที่ต้องพยายามหารายได้เพิ่มขึ้น

จริงหรือ?

อ้างอิงข้อมูลจาก Forbes: มีเพียงประมาณ 300 จาก 600,000 ธุรกิจที่เปิดตัวในแต่ละปีได้รับทุนจาก VCs (VCs, หมายถึงการลงทุนความเสี่ยงในธุรกิจ Startup หรือธุรกิจขนาดเล็กในระยะเริ่มแรกในสหรัฐอเมริกา)ซึ่งหมายความว่าธุรกิจใหม่ ๆ ส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยเงินลงทุนที่จำกัด

สิ่งที่ธุรกิจขนาดเล็กของคุณมีความจำเป็นเพิ่มมากขึ้นคือการทำการตลาดเพื่อเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์และเปลี่ยนผู้เข้าชมให้เป็นลูกค้า

ดังนั้นแผนการตลาดออนไลน์ควรถูกใส่เพิ่มไว้ในกลยุทธ์การตลาดของคุณ

เริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์อย่างไรดีล่ะ?

สิ่งที่คุณควรรู้ในการทำการตลาดออนไลน์มีเพียงไม่กี่อย่าง แต่คุณต้องตั้งใจทำอย่างจริงจังและวัดผลด้วย

เรามีคำแนะนำบางส่วนเกี่ยวกับวิธีช่วยให้คุณสามารถเพิ่มรายได้จากธุรกิจและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนด้วย

7 เคล็ดลับการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดย่อมและ E-Commerce

สนใจแล้วซิ! อ่านต่อเลยค่าาาา…..

1. ทำให้เว็บไซต์ของคุณใช้งานได้ดี

เว็บไซต์ที่มี Landing page และ Call-to-Action (คำกระตุ้นการตัดสินใจ) ที่ดีสามารถช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายของคุณมากขึ้นโดยมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

  • นำเสนอแบรนด์ผลิตภัณฑ์หรือบริการบนเว็บไซต์ของคุณและบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์แก่ผู้ชม
  • อัปเดตเว็บไซต์ของคุณเป็นประจำและบ่อยครั้ง, เพิ่มข่าวสารของบริษัท กิจกรรมและงานอีเว้นท์ หรือส่วนลด / ข้อเสนอเพื่อให้พวกเขาติดตามคุณ
  • เชิญชวนให้ผู้เข้าชมเว็บไซด์สมัครสมาชิกหรือสมัครรับข่าวสารใหม่ๆ ทางอีเมล์และตอบแทนด้วยการมอบของขวัญให้พวกเขา ของขวัญที่จะให้ตอบแทน เช่น e-book, ส่วนลด, หรือข้อเสนอพิเศษ

2. สร้างแผนการตลาดเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพ

ให้เปรียบเทียบว่าเนื้อหาของคุณเหมือนภาพยนตร์ คุณต้องมีแผนการที่จะนำผู้ชมของคุณไปสู่ข้อสรุป เนื้อหาช่วยในการแปลงผู้เข้าชมให้เป็นลูกค้าได้

การตลาดด้วยการเล่าเรื่องของแบรนด์เป็นอีกวิธีหนึ่งในการโปรโมตแบรนด์ของคุณ เนื้อหาควรมีส่วนช่วยให้แบรนด์เป็นที่จดจำและน่าสนใจ รวมทั้งให้ความรู้กับผู้ชมว่าสินค้าหรือบริการของคุณจะช่วยเขาแก้ปัญหาที่มีได้อย่างไร และทำไมเขาจึงควรใช้มัน เนื้อหาที่มีประสิทธิภาพควรเน้นสิ่งเหล่านี้ค่ะ

  • สามารถแชร์ได้ง่ายและน่าสนใจ
  • สร้างโอกาสในการขาย
  • สร้างความพึงพอใจให้ผู้เข้าชม
  • แบรนด์ที่ดีและมีความน่าเชื่อถือจะเปลี่ยนลูกค้าเป็นผู้สนับสนุน

3. เลือกแพลตฟอร์ม Social Media ที่เหมาะสำหรับการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นของคุณ

เพื่อทำความเข้าใจว่าที่ไหนและเมื่อไรที่กลุ่มเป้าหมายของคุณใช้เครือข่าย Social Media เหล่านั้น คุณต้องทำสิ่งเหล่านี้ เช่น

  • คุณจะต้องสร้างตัวตนสมมุติของผู้ซื้อสำหรับแผนการตลาดบนสื่อสังคมออนไลน์ของคุณ
  • แบ่งปันเนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เหมาะสมกับผู้ชมกลุ่มเป้าหมายของคุณ
  • วิเคราะห์ผลและเก็บบันทึกแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อสร้างชื่อเสียงแบรนด์ในชุมชน

4. เพิ่มรายชื่ออีเมลในสมุดบันทึกของคุณ

Email Marketing เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการโปรโมตผลิตภัณฑ์และสื่อสารกับลูกค้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ ดังนั้นจึงควรให้ความสนใจกับการทำ Email Marketing เพื่อเพิ่มรายชื่ออีเมลในสมุดบันทึกของคุณ

  • สร้างแบบฟอร์มเพื่อให้เขาสมัครรับข้อมูลข่าวสารในเว็บไซต์ของคุณ
  • รวบรวมที่อยู่อีเมลที่ได้และส่งข่าวสาร ข้อเสนอพิเศษ ส่วนลด โปรโมชั่น และอื่นๆ ที่เสริมกลยุทธ์การขายและการตลาดของคุณ
  • เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการส่งอีเมล์ และส่งสม่ำเสมอ รายสัปดาห์ หรือรายสองสัปดาห์ หรือรายเดือน
  • ไม่ควรส่งอีเมล์บ่อยเกินไปเพราะจะทำให้เกิดความรำคาญและเขาอาจเลิกสมัครรับข่าวสารของคุณ

https://vsharecontent.com/contact/

5. ประเมินผลประสิทธิภาพงบประมาณการตลาดออนไลน์ของคุณ

การประเมินผลเป็นสิ่งสำคัญในการวิเคราะห์ช่องทางการตลาดออนไลน์, แพลตฟอร์ม Social Media, การเข้าชมเว็บไซต์ และแผนการตลาดเนื้อหาที่ใช้ได้ดีสำหรับแบรนด์ของคุณ

คำแนะนำ 5 วิธีในการเพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณการตลาดดิจิทัลของคุณ

  • มุ่งเน้นที่สิ่งที่ดีที่สุด วัดผลการเช้าชมที่นำไปสู่การขายจากช่องทางที่คุณทำการตลาด อย่างเช่น การซื้อโฆษณา การเข้าถึงโดยตรง การเข้าถึงผ่าน Social Media เปรียบเทียบว่าคุณสามารถทำยอดขายได้มากที่สุดจากแหล่งไหน
  • อยู่ในการควบคุมงบประมาณและการกำหนดเป้าหมาย แทนที่จะกระจายงบประมาณของคุณไปสู่แพลตฟอร์มที่หลากหลายให้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่คุณสามารถควบคุมการกำหนดเป้าหมายและค่าใช้จ่ายได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น บริษัท โฆษณาออนไลน์ Google, Bing และ Facebook
  • อย่าปรับขนาดจนกว่าจะมีกำไร เริ่มต้นด้วยทุนจำนวนน้อยก่อนจนกว่าเมื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีจึงเพิ่มทุนในการทำการตลาดโดยตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม
  • ปรับแนวความพยายามทางการตลาดในทุกช่องทาง ไม่ว่าคุณจะใช้ช่องทาง Social Media ที่ไม่เคยต้องเสียเงินเลย อย่างเช่น Instagram, Pinterest หรือ Twitter ก็ตาม คุณก็ควรปรับแนวทางใน Social Media เหล่านั้นให้เป็นไปตามเป้าหมายเดียวกันกับช่องทางการตลาดที่ใช้งบประมาณ
  • รีมาร์เก็ตติ้งข้ามช่องทาง รีมาร์เก็ตติ้งหรือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่ อย่างเช่น กลุ่มเป้าหมายที่เข้าชมเว็บไซด์ของคุณผ่านการโฆษณาบนกูลเกิ้ลแต่ยังไม่เป็นลูกค้า ให้คุณทำรีมาร์เก็ตติ้งกลุ่มเป้าหมายนี้ใหม่อีกครั้งบนแพลตฟอร์มเดียวกันด้วยการใช้โฆษณาเดิมหรืออาจใช้โฆษณาใหม่ รีมาร์เก็ตติ้งข้ามช่องจะเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญการโฆษณาของคุณด้วยการกำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่ในแพลตฟอร์มอื่นๆ ตัวอย่างเช่นผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าคลิกที่โฆษณาใน Google แต่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าจะเห็นโฆษณาใน Facebook และ Twitter ที่เหมาะกับหน้าเว็บที่พวกเขาเข้าชม

https://vsharecontent.com/contact/

6. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่แข็งแกร่ง

เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าของคุณมีความสุขและพึงพอใจ เพราะมันจะสร้างความภักดีของลูกค้ามากขึ้น

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้คุณควรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงความสัมพันธ์กับลูกค้า

  • ทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลูกค้าของคุณ
  • อย่าละเลยการร้องเรียน
  • ติดต่อกับพวกเขาเป็นประจำ
  • โต้ตอบกับพวกเขาด้วยมารยาทและคำพูดที่สุภาพ

7. มีความแตกต่างและสร้างสรรค์มากขึ้น

หากคุณต้องการโดดเด่นในแวดวงนี้คุณจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์และผลผลิตที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำตามที่ได้กล่าวไว้ แต่วิธีการสร้างสรรค์เมื่อคุณไม่สร้างสรรค์ อาจช่วยให้เห็นภาพมากขึ้น

  • 1) เริ่มต้นด้วย freewrite ตอนเช้า
  • 2) ใช้หลักสูตรที่สร้างสรรค์
  • 3) ระดมความคิดในขณะที่คุณออกกำลังกาย
  • 4) เดินทางไปยังที่อื่น
  • 5) นึกถึงความสดใสและชอบผจญภัยแบบเด็ก
  • 6) เข้าร่วมพื้นที่ coworking
  • 7) หยุดพักระหว่างทำงานทุกวัน
  • 8) เชื่อมต่อกับคนที่สร้างสรรค์
  • 9) เก็บสมุดบันทึกขยุกขยิกไว้ที่โต๊ะทำงานของคุณ
  • 10) ผ่อนคลายโดยดูเนื้อหาตลก
  • 11) ฟังเพลงขณะที่คุณทำงาน

บทสรุป

สิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงในการทำธุรกิจออนไลน์คงไม่เพียงแค่มีสินค้าหรือบริการแล้วถ่ายรูปโพสต์ลงใน Social Media ต่างๆ เท่านั้น หากคุณต้องการทำธุรกิจออนไลน์แบบยั่งยืนคุณควรสร้างเว็บไซด์ของธุรกิจควบคู่ไปกับการโพสต์ใน Social Media ด้วย นั่นเพราะว่าคุณสามารถเก็บรักษารายละเอียดสินค้าและบริการรวมทั้งข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น สถานที่ หมายเลขโทรศัพท์ รูปภาพทั้งหมด และอื่นๆ ที่จำเป็นไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งช่วยให้สะดวกในการอัพเดทและโพสต์กระจายออกไปตามโซเชียลต่างๆ ด้วยค่ะ

จบข่าว!

อ้อ!….เพิ่มเติมอีกนิด หากคุณยังไม่เคยลอง 7 เคล็ดลับนี้แล้วไซร้ โปรดทดลองสักครั้งว่าได้ผลมากน้อยเพียงใด แล้วมารายงานตัวด้วยนะ ขอบคุณที่ติดตามเราค่ะ

ไปละ >>>>>>>>

 

Advertisements

One thought on “7 เคล็ดลับการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดย่อมและE-Commerce

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s