วิธีเสริมกลยุทธ์การตลาดด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence Tools (ตอนที่ 5 AI Keyword Research for SEO)

ในบทความก่อนคุณได้รู้จักกับ SEO และคำศัพท์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว ก่อนที่คุณจะทำ SEO ได้นั้นคงต้องรู้ว่าคำหลักสำคัญอย่างไรและคุณควรทำการค้นหาเพื่อให้ได้คำหลักที่ทรงพลังที่จะทำให้เว็บของคุณขึ้นไปโชว์บนอันดับต้นๆ ของ Search Engine โดยเฉพาะ Google อย่างไร

เพราะอะไรเราจึงต้องมุ่งแต่ผลลัพธ์ใน Google search engine เป็นหลัก คำตอบคงไม่พ้นว่าก็เพราะคนส่วนใหญ่มักใช้ Google ในการค้นหานั่นเอง

Google ได้อัพเดท Algorithm เพื่อช่วยให้การค้นหาของผู้ใช้แม่นยำและมีประสิทธิผลมากขึ้นโดย Google ผสมผสานปัญญาประดิษฐ์เข้ากับวิธีการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหา

การทำงานของระบบค้นหาโดยทั่วไปแล้ว Algorithm ของ Google หรือระบบสำหรับจัดอันดับเว็บไซด์ของ Google จะทำหน้าที่เสมือนเป็นศูนย์กลางที่รายรอบไปด้วยความนิยมของหน้าเว็บเนื้อหาและ HTML Tags และสำหรับข้อสงสัยบางอย่าง AI ได้ถูกนำมาช่วยสร้างการจัดอันดับการค้นหา

อ้างอิงจาก Wired ระบบ AI ของ Google หรือ RankBrain ใช้ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของข้อความค้นหาซึ่งเป็นการค้นหาครั้งแรกใน Google มีการสันนิษฐานว่าบทบาทของ AI อาจเพิ่มมากขึ้นและวันหนึ่ง AI จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับผลการค้นหาทั่วไป หรือไม่ก็อย่างมีนัยสำคัญที่จะเปลี่ยนการทำงานของเครื่องมือค้นหาและกลยุทธ์ ที่แม้แต่วิศวกรคอมพิวเตอร์เองบางครั้งก็ไม่สามารถอธิบายสิ่งที่นำไปสู่ผลการค้นหาที่แท้จริงของความซับซ้อนที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-driven algorithm)

Advertisement

ทำ SEO ให้โดนต้องรู้ว่าจะใช้ Keywords ตัวไหนที่ดัน

ขอเริ่มต้นตั้งแต่พื้นฐานเลยแล้วกัน สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จัก Keyword มาก่อนคงอยากรู้ว่ามันมีผลอย่างไรกับ SEO จะค้นหาคำหลักอย่างไรและจะเลือกใช้คำหลักที่เหมาะสมอย่างไร

ถ้าคุณเป็นนักเขียน Blog มาซักระยะหนึ่งแล้วคุณอาจรู้ว่าคนที่เข้ามาอ่านบทความของคุณส่วนใหญ่มาจากโพสต์ที่มีคำหลักตรงกับความสนใจของพวกเขา คุณอาจเขียนเป็นร้อยเป็นพันหรือเป็นหมื่นๆ โพสต์แต่ Traffic ไม่สูงมากเท่ากับหนึ่งโพสต์ที่โดนใจคนส่วนใหญ่ด้วยคำหลักเพียงสองสามคำ

ใช่แล้วล่ะ คำหลักนั้นมีความหมายและสำคัญมากกับการดันหน้าเว็บของคุณขึ้นไปแสดงบนอันดับต้นๆ ของ SERPs บทความของคุณจะได้รับการจัดอันดับในหน้าแรกของเครื่องมือค้นหาสำหรับคำหลักที่มีผู้ใช้มากและนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคุณจึงต้องทำการค้นหาคำหลักเพื่อ เอส อี โอ (Keyword Research for SEO)

แล้วใครเป็นคนจัดอันดับคำหลักของเนื้อหาล่ะ? คำตอบก็คือ อัลกอริทึม (Algorithm) นั่นเอง มันจะค้นหาสัญญาณบางอย่างเพื่อจัดอันดับเนื้อหาอย่างเหมาะสม ในที่นี้คำว่า “จัดอันดับ” (Ranking) หมายถึงการจัดอันดับบนหน้าแสดงผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา (SERPs)

เตรียมตัวก่อนทำการค้นหาคำหลัก

1. สร้างโปรไฟล์สมมุติของผู้ซื้อ (Buyer’s Persona) เพื่อรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการเข้าถึงคือกลุ่มไหน Persona ควรมีข้อมูลสมมุติอย่างเช่น อายุ เพศ อาชีพ รายได้ งานอดิเรก ความสนใจ เป้าหมายในชีวิต และอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์การทำ Persona ของคุณ

ตัวอย่างโปรไฟล์สมมุติของผู้ซื้อ (Buyer’s Persona)

2. รู้จักคำศัพท์เบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาคำหลักและความหมาย

Keyword – เป็นคำหรือวลีที่ใช้ในการค้นหาใน Search Engine ตัวอย่างเช่น Book

Long-tail Keywords – อ้างอิง SEMrush – Long-tail Keyword คือ คำค้นหาที่ขยายออกไปซึ่งตรงกับปัญหาเฉพาะเจาะจง เฉพาะตลาดหรือบริการ คำเหล่านี้มักมีวลีสามตัวขึ้นไปและแสดงคำถามที่ไม่ซ้ำใคร

Long-tail Keyword มักมีปริมาณการค้นหาน้อยกว่า การแข่งขันที่ต่ำกว่า และ CPC (Cost-per-click) ที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับการค้นหาคำแบบคำเดียวหรือสองสามคำ

ตัวอย่างจาก SEMrush แสดงให้เห็นความแตกต่างและค่าเฉลี่ยค้นหาต่อเดือนของ Short vs. Long Tail Keywords

https://goo.gl/images/4DK2M4

จากภาพกราฟฟิกแสดงตัวอย่างของวลีค้นหาและอัตราเฉลี่ยค้นหาต่อเดือนที่ลดลงเมื่อวลียาวขึ้น เช่น tomato plant 12,100 ต่อเดือน, when to plant tomatoes 3,600 ต่อเดือน, tomato plants for sale 1,000 ต่อเดือน, why are my tomato plants turning yellow 390 ต่อเดือน

Short Tail Keywords มีอัตราการแปลง (Conversion Rate) ที่ต่ำกว่า Long-tail Keywords

Cost-per-click (CPC) หรือ Pay-per-click (PPC) – คือต้นทุนต่อคลิกหรือการจ่ายต่อคลิก เป็นรูปแบบการโฆษณาทางอินเตอร์เน็ตที่ใช้เพื่อนำการเข้าชมไปยังเว็บไซด์ซึ่งผู้ลงโฆษณาจ่ายค่าโฆษณาเมื่อมีคนคลิกโฆษณานั้น

Conversion Rate – อัตราการแปลง หมายถึง จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ทำเป้าหมายที่ต้องการ (Conversion) จากจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด

Keyword Research – คือ กระบวนการกำหนดว่าคำหลักใดที่ใช้ในเครื่องมือค้นหาของผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า

Keyword Density – หรือ ความหนาแน่นของคำหลัก คือเปอร์เซ็นต์ของคำหรือวลีที่ปรากฏบนหน้าเว็บเมื่อเทียบกับจำนวนคำบนหน้าเว็บ ในบริบทของการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหาความหนาแน่นของคำหลักสามารถใช้เพื่อกำหนดว่าหน้าเว็บเกี่ยวข้องกับคำหลักหรือวลีคำหลักที่ระบุหรือไม่

Keyword Difficulty – เป็นคำหลัก Organic ที่ยากที่สุดหรือมีการแข่งขันสูงที่สุดในการจัดอันดับเว็บไซด์ของคุณในอันดับต้นๆ

On-page SEO – คือ การเพิ่มประสิทธิภาพของแต่ละหน้าเว็บเพื่อให้การจัดอันดับในเครื่องมือค้นหาสูงขึ้นและได้รับ Traffic ที่เกี่ยวข้องมากขึ้นซึ่งจะอ้างอิงทั้งเนื้อหาและโค๊ด HTML ของหน้าเว็บนั้นๆ

Off-page SEO – คือ การมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มอำนาจของโดเมนของคุณผ่านการกระทำการเชื่อมโยงจากเว็บไซต์อื่น ๆ

Organic Traffic – หมายถึงผู้เข้าชมที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณอันเป็นผลมาจากผลการค้นหาที่ไม่ได้โฆษณา

ยังมีคำศัพท์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO และการทำ Keyword Research อีกพอสมควรที่คุณอาจเรียนรู้เมื่อศึกษาขั้นตอนการทำ SEO ในระดับสูงขึ้นและหยั่งลึกมากขึ้นค่ะ

3. รู้ว่าจะใช้คำหลักไหนที่กลุ่มเป้าหมายของคุณนิยมใช้มากที่สุด

4. รู้ว่าจะนำเอาคำหลักไหนไปใช้และใช้อย่างไร

5. รู้ว่าจะเลือกใช้เครื่องมือ Keyword Research ตัวไหนที่จะเหมาะสมและช่วยให้การทำ SEO ของคุณโดนและดันหน้าเว็บและเว็บไซด์ของคุณขึ้นไปโชว์ในอันดับต้นๆ ของ SERPs บน Google Search Engine

Advertisement

 

 

อ่านเพิ่มเติม วิธีเลือกคำหลักที่ทรงพลังเพื่อผลักดัน SEO ให้โดน

แนะนำเครื่องมือ AI Keyword Research for SEO

Ubersuggest

Ubersuggest เป็นเครื่องมือคำหลักฟรีที่ให้คำแนะนำตามคำหลักของคุณ คุณสามารถใช้ Ubersuggest ฟรีและโหลดคำหลักที่เกี่ยวข้องรวมถึงคำหลักยาวและคำหลักใหม่ที่ไม่มีใน Google Keyword Planner

อ่านวิธีใช้เพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ

Mazen

Mazen เป็นเครื่องมือวิจัยคำหลักที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องมือข้อเสนอแนะที่ทันสมัยที่สุด ช่วยคุณประหยัดเวลาในการค้นหามากถึงกว่า 10 เท่า รวมทั้งจัดการคำหลักไว้เป็นกลุ่มและหมวดหมู่ Smart Metrics นอกจากจะแสดงเมตริก SEO ทั่วไปอย่าง ปริมาณการค้นหา, CPC และการแข่งขันแล้วมันยังรวมถึงเมตริกที่เป็นกรรมสิทธิ์และนวัตกรรม การผสมผสานระหว่างความหมายและความคล้ายคลึงกันช่วยให้คุณตรวจสอบรายการคำหลักของคุณในยุคของ RankBrain (เป็นอัลกอริทึมการเรียนรู้ระบบข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดย Google) และเมตริกศักยภาพของคำหลักช่วยให้คุณสามารถหาคำหลักที่ดีที่สุดได้ในคลิกเดียว

KeywordCountry

KeywordCountry เป็นเครื่องมือค้นหาคำหลักที่ใช้ AI เข้ามาช่วยในการควบคุมการค้นหาที่คาดเดาใจลูกค้าของคุณและแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังค้นหาอะไรอย่างแท้จริง

SEMrush

SEMrush เป็นเครื่องมือการตลาดแบบครบวงจรสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล ที่ช่วยให้เนื้อหาของคุณสมบูรณ์และเสริมกลยุทธ์การโฆษณาของคุณด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลายและครอบคลุมวงจรของการทำการตลาดดิจิทัล อย่างเช่น

  • Analytics Reports – ดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์ของคู่แข่งของคุณในการโฆษณาแบบดิสเพลย์, การค้นหาแบบ Organic และการค้นหาแบบเสียค่าใช้จ่าย, และรวมถึงการสร้างลิงก์
  • Tools – เปรียบเทียบโดเมนที่แข่งขันได้ด้วยการโยงไปมา, ประมวลผลและภาพข้อมูลแล้วประเมิน Keyword Difficulty เพียงคลิ๊กแค่สองสามครั้ง
  • Projects – แสดงเมตริกที่จำเป็นทั้งหมดเกี่ยวกับคู่แข่ง การจัดอันดับคำหลัก และความแข็งแรงของ On-page จากที่เดียว
SEMrush
Advertisement

อ่านเพิ่มเติม วิธีค้นหาคำหลักที่ใช่ด้วย SEMrush ที่นี่ค่ะ

Keyword.io

Keyword.io เป็นเครื่องมือค้นหา Long-tail Keyword ฟรีที่ช่วยให้การค้นหาของคำหลักแบบหางยาวได้จากหลากหลายแหล่ง อย่างเช่น Google, Amazon, Ebay, Yandex, Bing, Wikipedia, Alibaba, YouTube, Fiverr, Google Play Store, Fotolia, และ Pond5

https://quicktime-ac.com/
บจก. ควิกไทม์ แอ็คเค้าท์แทนซี่ บริการจัดทำบัญชีและวางระบบบัญชีอย่างมืออาชีพ

 ก่อนปิดหน้านี้

เครื่องมือค้นหาจะมีวิวัฒนาการที่ช่วยให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ และเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นักการตลาดจึงควรปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่ Artificial Intelligence อาจเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้มากที่สุดและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้มากนัก แต่ก็มีวิธีที่จะชนะเกมได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณตั้งใจศึกษาและพร้อมจะทำงานหนักมากแค่ไหน

AI ได้ถูกนำมาพัฒนาและใช้เป็นตัวช่วยนักการตลาด นักธุรกิจ และสาขาอาชีพอื่นๆ อย่างหลากหลาย เทคโนโลยีและ Social Media ได้เป็นแรงผลักดันให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป การเข้าถึงแบรนด์โดยตรงมีมากขึ้น การสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดมากขึ้น ผู้บริโภคมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น

ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคสนใจสินค้าและอยากแวะชมสินค้าในเว็บไซด์หรือร้านค้าของคุณ นอกจากจะลงโฆษณาด้วยวิธีแบบเดิมๆ แล้ว การนำเสนอเรื่องราวและเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะขาดไม่ได้และควรทำอย่างยิ่งเพราะนอกจากต้นทุนต่ำแล้วเนื้อหา (Content) ยังช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้าและบริการของคุณแก่ผู้สนใจด้วย

เนื้อหาสามารถนำเสนอได้ในหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Blogs, Videos, Infographics, Podcast, หรือ E-books การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพอาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและใช้เวลาพอสมควรในการคิดไอเดีย, สร้างเนื้อหา และโปรโมทเนื้อหา นอกจากนี้คุณยังต้องสร้างเนื้อหาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ติดตามไม่รู้สึกขาดช่วงความเชื่อมโยงกับคุณ

คุณพร้อมหรือยังที่จะสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคเนื้อหาของคุณ? และคุณใช้เวลามากแค่ไหนในการสร้างเนื้อหาหนึ่งชิ้น?

ข่าวดีคือ AI สามารถช่วยคุณสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพและยังช่วยปรับแต่งให้เนื้อหาของคุณชวนอ่าน ชวนดู และชวนซื้อด้วยความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence), เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และอัลกอริทึมการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing Algorithms) ที่เราจะมาเล่าให้ฟังในตอนต่อไปค่ะ

อ่านย้อนหลัง วิธีเสริมกลยุทธ์การตลาดด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence Tools

ตอนที่ 1. ยุคของหุ่นยนต์

ตอนที่ 2. AI สร้างโลโก้

ตอนที่ 3. AI สร้างเว็บไซด์

ตอนที่ 4. AI-Power SEO

Share link and drive conversions - Sniply
Advertisement

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s