วิธีเสริมกลยุทธ์การตลาดด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence Tools (ตอนที่ 6 AI + Content Marketing)

การตลาดเนื้อหา (Content Marketing) เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ใช้เพื่อดึงดูดผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าโดยการสร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์เพื่อให้ความรู้ แจ้งข่าวสารและดึงดูดความสนใจของพวกเขา เนื้อหา เช่นบทความบล็อก วิดีโอ podcasts infographics การตลาดอีเมล หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หลักสูตรอิเล็กทรอนิกส์ จดหมายข่าวหรือการสัมมนาผ่านเว็บ ฯลฯ สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างการมีส่วนร่วมและการขายได้มากขึ้น

อ้างอิงจาก Content Marketing Institute: ตามที่ CMI research แสดงให้เห็นว่านักการตลาดที่มีการบันทึกกลยุทธ์การตลาดเนื้อหาเป็นเอกสารมีประสิทธิภาพมากกว่าผู้ที่ขาดกลยุทธ์ในการเขียน แต่อย่างไรก็ตามมีเพียง 40% ของ B2C (Business To Consumer) และ 37% ของนักการตลาด B2B (Business To Business) ที่มีการเขียนแผนกลยุทธ์การตลาดเนื้อหา

แต่ก่อนที่จะไปถึงเรื่องการเขียนกลยุทธ์การตลาดเนื้อหา เรามารู้จักความหมายของมันก่อนดีกว่า

Content Marketing คืออะไร?

การตลาดเนื้อหา (Content Marketing) เป็นรูปแบบของการตลาดที่มุ่งเน้นการสร้างเนื้อหา (Creating Content), เผยแพร่เนื้อหา (Publishing Content) และกระจายเนื้อหา (Distributing Content) สำหรับกลุ่มเป้าหมายออนไลน์

ทำไมเนื้อหาจึงต้องมีการตลาดมาเกี่ยวข้อง

หลายธุรกิจต่างมุ่งสร้างเนื้อหาเพื่อเชิญชวนให้ผู้ชมสนใจและอยากรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ เนื้อหาที่ดีควรมีคุณค่าและเกี่ยวข้องสอดคล้องกันเพื่อให้ผู้ชมได้รับความรู้มากขึ้นและได้รับประโยชน์จากการเสพเนื้อหานั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนให้ผู้ชมอยากตอบสนองสิ่งที่แบรนด์นำเสนอ การสร้างเนื้อหาในแต่ละชุดจึงควรมีการวางกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้ได้ผลตามวัตถุประสงค์นั้นๆ

ก่อนที่จะตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการสร้างเนื้อหาคุณควรเข้าใจวงจรของการซื้อ 4 ประการนี้ก่อนค่ะ

1. ความตระหนัก (Awareness) ลูกค้าอาจมีความต้องการอยู่ในใจแต่พวกเขาไม่ทราบว่ามีทางออก

2. การวิจัย (Research) เมื่อลูกค้ารู้ว่ามีทางออกพวกเขาจะทำการค้นคว้าเพื่อหาความรู้ อย่างเช่น คนที่อยากซื้อรถยนต์สักคันจะพยายามหาข้อมูลของประเภทรถที่มีความเหมาะสมกับความต้องการของพวกเขา

3. การพิจารณา (Consideration) หลังจากเขาได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วพวกเขาจะเริ่มเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ระหว่างสินค้าของผู้ขายรายหนึ่งกับผู้ขายอีกรายหรืออีกสองสามรายเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูงในราคาที่ยุติธรรม

4. การซื้อ (Buy) เมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าผลิตภัณฑ์ไหนเหมาะสมกับความต้องการก็จะสั่งซื้อสินค้าและชำระเงิน

Advertisement

ประเภทของเนื้อหามีมากกว่าที่คิด

คุณรู้จักเนื้อหาประเภทไหนบ้าง และรู้หรือไม่ว่าแต่ละเนื้อหานั้นเขาใช้เพื่ออะไร?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบท่องอินเทอร์เน็ตอย่างสม่ำเสมอคุณจะพบเห็นเนื้อหามากมายและหลากหลายประเภทด้วยกัน ลองมาไล่ดูว่าคุณรู้จักเนื้อหาประเภทไหนบ้างและมีเนื้อหาประเภทไหนที่นึกไม่ถึง

1. Blog Posts คือ การสนทนาหรือการเขียนเล่าเรื่องราว รายงาน ข่าวสาร หรือบันทึกบนเว็บไซด์ที่มีจุดประสงค์ในการเผยแพร่ให้ผู้อ่านได้รับความรู้และแชร์ประสบการณ์ มีลักษณะเหมือนการเขียนไดอารี่ที่ไม่ต่อเนื่องและไม่เป็นทางการ

2. Infographics คือ การแสดงข้อมูลหรือข้อมูลภาพ ช่วยให้สถิติหรือเนื้อหาที่คุณกำลังพูดถึงน่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้อ่าน

3. Videos คือ การบันทึกภาพและเสียงปกติแล้วความยาวไม่ควรเกิน 3 นาทีเพื่อให้คำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการนำเสนอ

4. Newsletters คือ จดหมายข่าวที่จะมีการส่งให้แก่สมาชิกหรือลูกค้าเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารล่าสุดของผลิตภัณฑ์และการบริการใหม่ๆ

5. Ebooks คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่อาจเป็นการออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อย่อให้หนังสือจริงสั้นลงหรือใช้เพื่ออธิบาย แน่นอนว่ามันสามารถใช้ได้กับ iPad หรืออุปกรณ์มือถือและคอมพิวเตอร์ของคุณ

6. Podcasts คือ ไฟล์เสียงที่สามารถฟังได้ ปกติแล้วต้องมีการสมัครเป็นสมาชิกก่อน

7. Slideshares คือ การแบ่งปันภาพสไลด์แบบออนไลน์ที่คุณสามารถอัปโหลดแล้วแบ่งปันระหว่างลูกค้าได้

8. Webinars คือ การสัมมนาผ่านเว็บที่ให้ผู้อ่านสามารถเข้าร่วมหรือดูการสัมมนาผ่านเว็บแบบสดๆ และสามารถสื่อสารสนทนากันได้แบบเรียลไทม์

9. Vlog คือ บล็อกวิดีโอที่ Vloggers ได้ถ่ายทำจากสถานที่ต่างๆ พร้อมเสนอเนื้อหาสนทนากับผู้ชมแล้วเผยแพร่ในช่องใดก็ได้

10. Live Videos คือ วิดีโอถ่ายทอดสดที่เปิดให้ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กับผู้นำเสนอแบบเรียลไทม์ สามารถคอมเม้นท์หรือสนทนากันได้แบบสดๆ อย่างการประมูลขายสินค้าสดๆ บน Facebook หรือ การไลฟ์สดรายการสัมมนา, ละคร, การสัมภาษณ์ หรือแม้แต่การรายงานข่าวสำคัญๆ ซึ่งการไลฟ์สดนี้นอกจากจะช่วยให้มียอดผู้ติดตามมากขึ้นแล้วยังมีโอกาสเปลี่ยนจากผู้ชมเป็นผู้ซื้อได้มากขึ้นด้วยค่ะ

การตลาดเนื้อหาสำเร็จได้ด้วยกลยุทธ์

ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าการตลาดเนื้อหา (Content Marketing) คืออะไรและประเภทของเนื้อหาหลักๆ มีอะไรบ้าง เนื้อหาจะมีพลังเมื่อสิ่งที่นำเสนอนั้นตรงกับความต้องการของผู้ชมหรือผู้อ่าน คุณค่าของเนื้อหาอยู่ที่ประโยชน์ของมันว่าจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพอใจตามเป้าหมายหรือไม่ การผลิตเนื้อหาปริมาณมากแต่ขาดคุณภาพหรือไม่ช่วยให้เกิดความสนใจติดตามก็เท่ากับคุณเสียเวลาเปล่า

“ผลิตเนื้อหาที่มีคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม และกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองต่อเป้าหมายแคมเปญของคุณ”

หากคุณไม่อยากหว่านแหผุๆ ที่ไม่สามารถจับปลาตัวโตๆ ก็ควรวางแผนปรับปรุงคุณภาพแหและซ่อมแซมให้แหของคุณแข็งแรงและเหนียวแน่นก่อนหว่านหาปลา

การตลาดเนื้อหาก็เช่นกันก่อนที่จะปล่อยเนื้อหาออกไปคุณควรมีการวางแผนเพื่อทำให้เนื้อหาสามารถค้นพบได้ง่ายและเข้าถึงตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเรามี “เคล็ดลับการวางกลยุทธ์การตลาดเนื้อหาที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย” มาเล่าให้ฟังค่ะ

  1. กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์
  2. กำหนดกลุ่มผู้ชมเป้าหมาย
  3. วิจัยคำหลักเพื่อ SEO
  4. ระดมความคิดเกี่ยวกับเนื้อหา
  5. เลือกประเภทเนื้อหา
  6. กำหนดงบประมาณ
  7. สร้างเนื้อหา
  8. เผยแพร่และโปรโมทเนื้อหา
  9. วิเคราะห์ผลลัพธ์ของเนื้อหา

อ่านเพิ่มเติม 6 เทรนด์การตลาดปี 2018 ที่ช่วยคุณเพิ่มยอดขายด้วย AI

สร้างเนื้อหาที่ดึงดูดใจด้วย AI + Content Marketing Tools

Content is King คำๆ นี้มีความหมายจริงๆ เพราะหากขาดเนื้อหาการสื่อสารระหว่างผู้เสนอและผู้รับคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน นอกจากเนื้อหาควรจะต้องมีประโยชน์ต่อผู้รับแล้วยังควรมีรูปแบบและเทคนิคที่ทำให้เนื้อหานั้นน่าสนใจ ชวนให้อ่านหรือชม และชวนให้ผู้ชมมีการตอบสนองอะไรบางอย่างตามเป้าหมายของเนื้อหานั้นๆ

จะสร้างเนื้อหาที่ดึงดูดใจอย่างไร เรามีเทคนิคดีๆ และตัวช่วยเหล่านี้มาแนะนำค่ะ

ร่างไอเดียเนื้อหาและระดมความคิด

ก่อนที่คุณจะสร้างเนื้อหาคุณควรมีไอเดียเจ๋งๆ ว่าคุณจะสร้างเนื้อหาเพื่ออะไร สร้างอย่างไร และใครคือกลุ่มเป้าหมายของคุณ บางครั้งคุณอาจนึกไม่ออกเอาจริงๆ ว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไรดีการระดมความคิดระหว่างทีมจะช่วยให้เกิดไอเดียหลากหลายแทนที่คุณจะนั่งคิดจนหัวแทบระเบิดอยู่คนเดียวคนใดคนหนึ่งในทีมอาจมีไอเดียที่ดีมานำเสนอ

เรามีเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการทำงานระหว่างทีมโดยเฉพาะทีมงานที่อยู่ไกลกัน คนละที่กัน หรือคนละประเทศที่มีเวลาต่างกันมาแนะนำค่ะ

หากคุณเป็นนักขายของออนไลน์หรือฟรีแลนเซอร์หรือทำอาชีพอิสระอื่นๆ ที่มีผู้ร่วมทีมไม่มาก เครื่องมือนี้น่าจะช่วยคุณจัดการงานต่างๆ ที่ต้องทำในแต่ละวันให้ง่ายขึ้นและสะดวกมากขึ้น เพราะคุณสามารถใช้งานร่วมกับบัญชี Gmail ของคุณได้โดยไม่ต้องอัปโหลดโปรแกรมใหม่ มารู้จักกับตัวช่วยนี้กันค่ะ

Yanado – เป็นแอปพลิเคชันฟรีที่ช่วยคุณจัดการงานในแต่ละวันให้เป็นระบบและง่ายต่อการติดตามงานภายใน Gmail ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กๆ ที่ต้องทำในแต่ละวันไล่ไปจนถึงงานโครงการใหญ่ๆ คุณจะไม่พลาดในทุกขั้นตอนและติดตามงานหรือจบงานได้ทันตามกำหนดเวลา คุณสามารถแชร์งานและจัดการงานได้ทันทีในที่เดียว หรือแม้แต่เปลี่ยนอีเมลของคุณให้เป็นรายการงานที่ต้องทำในคลิกเดียว

อ่านเพิ่มเติม ชีวิตง่ายขึ้นด้วยเครื่องมือจัดการงานอย่างเป็นระบบ Yanado ใช้ได้ทันทีในบัญชี Gmail ของคุณ

ค้นหาและเลือกคำหลักที่ทรงพลังและผลักดัน SEO

หากคุณได้อ่านในบทความก่อนหน้านี้คงพอมีไอเดียบ้างแล้วว่าทำไมเราจึงต้องทำ Keyword Research และ SEO คืออะไรและสำคัญอย่างไรกับการทำให้เนื้อหาของคุณขึ้นไปแสดงในอันดับต้นๆ ของ SERPs ใครยังไม่เคยอ่านแนะนำให้เว็บๆ ไปอ่านเป็นแนวทางนะคะ

การค้นหาและเลือกคำหลักนั้นคงต้องหาเครื่องมือที่สามารถช่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากเครื่องมือที่เราเคยแนะนำไว้แล้วในบทความก่อน ยังมีเครื่องมือที่ช่วยให้การค้นหาคำหลักง่ายและช่วยแนะนำคำหลักที่เกี่ยวข้องให้ด้วยค่ะ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

Keyword Magic Tool – เป็นหนึ่งในเครื่องมือค้นหาคำหลักของ SEMrush ที่จะให้คำแนะนำคำหลักที่เหมาะสมและคุณยังสามารถส่งรายการคำหลักออกไปยังเครื่องมือการค้นหาและเครื่องมืออื่นๆ ของเขาด้วย

อ่านเพ่ิ่มเติม วิธีค้นหาคำหลักที่ใช่ด้วย SEMrush

Keywords Everywhere – เป็นตัวเสริม Add-ons ใน Chrome และ Firefox Browser ที่ช่วยให้การค้นหาคำหลักง่ายสะดวกสบาย พร้อมแนะนำคำหลักที่เกี่ยวข้องที่สามารถส่งออกเป็นรายงานในรูปแบบ Execl, PDF หรือ CVS หรือสั่งพิมพ์รายงานได้ และคุณยังสามารถดูคำหลักของคู่แข่งได้ด้วย

สร้างเนื้อหา

คุณมีไอเดียว่าจะเขียนเกี่ยวกับอะไรแล้ว คุณจดโน๊ตไว้ในเครื่องมือการจัดการงานแล้ว คุณแชร์ไอเดียกับทีมแล้ว คุณหาคำหลักเพื่อจะนำมาใส่ในเนื้อหาของคุณแล้ว คุณเลือกประเภทเนื้อหาในใจแล้ว ตอนนี้ก็ถึงขั้นตอนการสร้างเนื้อหาให้เป็นรูปธรรมแล้วล่ะ

ถ้าการสร้างเนื้อหาของคุณอาจมีทั้งตัวอักษร บทความ รูปภาพ กราฟิก หรือวิดีโอในเรื่องเดียวกัน การจะทำวิดีโอ ทำรูปภาพประกอบ ทำกราฟิกสวยๆ ที่ชวนให้น่าอ่าน น่าชม คงต้องใช้เครื่องมือช่วยค่ะ และเครื่องมือที่เราอยากแนะนำในการใช้สร้างเนื้อหาก็อยู่ด้านล่างนี้แล้ว

Google Docs – มีหลายคนคงร้อง อ๋อ…รู้ตั้งนานแล้ว เวลาจะเขียนอะไรก็ใช้อยู่ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า Google Docs เขามีอะไรอีกหลายอย่างที่ช่วยงานเขียนของคุณสะดวกและง่ายขึ้นอย่าง Add-ons เครื่องมือเสริมที่ช่วยให้งานเขียนเป็นอะไรที่มากกว่าแค่ตัวอักษรที่เราจะมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมนะคะ ขอเวลาปั่นงานแป๊บ….

Stencil – เป็นตัวช่วยที่น่าสนใจตัวหนึ่งในการทำให้เนื้อหาของคุณชวนอ่าน ไม่ว่าคุณจะสร้างเนื้อหาเพื่อ Social media posts, ad graphics, content marketing visual, หรือ Email images และอีกมากมายคุณสามารถสร้างภาพสวยๆ พร้อมข้อความได้อย่างง่ายๆ ด้วยเทมเพลตสำเร็จรูปที่คุณสามารถปรับแต่งแบบอักษร สี ภาพ Blackground, Icons, Graphics, ขนาด, และโลโก้ หรืออัปโหลดภาพ หรือแบบอักษรของคุณเองแล้วชมการปรับแต่งภาพสดก่อนแชร์ใน Social Media

อ่านเพิ่มเติม สร้างเนื้อหารูปภาพที่ดึงดูดใจง่ายๆ ด้วย Stencil

Lumen5 – เป็นเครื่องมือสร้างวิดีโอโดยใช้ AI และ Machine Learning ช่วยในการสร้าง Storyboard, สี, ไฮไลท์, และเลือกรูปภาพให้อัตโนมัติด้วย Smart Template ถ้าคุณเป็นนักเขียนบล็อกหรือบทความเครื่องมือนี้จะช่วยเปลี่ยนบทความบนหน้าเว็บของคุณให้เป็นวิดีโอเนื้อหาภายในพริบตาราวเนรมิต

vShareContent ได้ทดลองใช้เครื่องมือนี้มาระยะหนึ่งและทีมงานเขามีการปรับปรุงเครื่องมืออยู่อย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าจะรองรับภาษาไทยยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่สำหรับเนื้อหาภาษาอังกฤษแล้วเครื่องมือนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ ชมตัวอย่างวิดีโอเนื้อหาที่เราสร้างด้วย Luman5 ด้านล่างค่ะ

ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา

สุดท้ายก่อนส่งเนื้อหาออกไปคุณควรตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาก่อน บางครั้งการเร่งรีบในการนำเสนอเนื้อหาให้ทันกำหนดอาจทำให้มีข้อผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นตัวสะกด ความหมาย หรือหลักไวยากรณ์ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่เราคนไทยไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก ข้อผิดพลาดอาจมีมากกว่าการเขียนภาษาของตัวเอง

เครื่องมือตรวจสอบงานเขียนภาษาอังกฤษ

Ginger – เป็นตัวช่วยใน Chrome ที่จะช่วยปรับปรุงการสื่อสารภาษาอังกฤษของคุณไม่ว่าจะเป็นการสะกด ไวยากรณ์ การอ่านลายลักษณ์อักษร การแปลความหมายและคำพ้อง ที่สามารถดาวน์โหลดบนอุปกรณ์โปรดของคุณเช่นเดสก์ท็อป แท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือ

คุณสามารถปรับโทนการสื่อสารของคุณที่แตกต่างกันโดยใช้ตัวเลือกส่วนบุคคล และเขายังมีฟีเจอร์การออกแบบแป้นพิมพ์และอีโมจิจำนวนมากให้เลือก แอปพลิเคชันนี้ครอบคลุมทุกที่ที่คุณเขียนไม่ว่าจะเป็นใน MS-Word, Outlook, PowerPoint, Internet Explorer, Safari, Firefox, โทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์และ iPhones

Grammarly – เป็นซอฟต์แวร์ที่มีคนนิยมใช้มากที่สุดตัวหนึ่ง การทำงานจะคล้ายกับ Ginger แต่เพิ่มฟังก์ชันในการตรวจสอบคำสะกดผิดและไวยากรณ์ใน Social Media อย่าง Facebook, Twitter ด้วยเพียงคุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่สนับสนุนทั้งระบบ iOS และ Android คุณก็สามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกอุปกรณ์

เครื่องมือตรวจสอบคำสะกดผิดภาษาไทย

พจนานุกรม – เว็บไซด์ของสำนักงานราชบัณฑิตยสถานได้เปิดบริการให้คุณสามารถเข้าไปค้นหาคำศัพท์และคำสะกดที่ถูกต้องได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังตั้งค่าการค้นหาแบบมีเงื่อนไขได้ด้วย เช่น เลือกชนิดคำ, สาขาวิชา, คำที่ใช้เฉพาะแห่ง และแหล่งอ้างอิง ไม่ว่าคุณจะค้นหาคำโบราณ คำราชาศัพท์ หรือคำที่เป็นภาษาปากก็เพียงแค่เลือกตั้งค่าตามความต้องการได้เลยค่ะ

Wiki – เว็บไซด์แหล่งรวมข้อมูลอย่างวิกิพีเดียได้รวบรวมคำที่มักเขียนผิดและเทียบคำที่ถูกต้องไว้อย่างเป็นลำดับพร้อมคำอธิบายศัพท์ในช่องหมายเหตุ (หากมี) ตัวอย่างเช่น น้ำแข็งไส ที่หลายคนเขียนผิดเป็น น้ำแข็งใส ที่เขาใช้คำว่า ไส ก็เพราะหมายถึงการนำน้ำแข็งไปไสบนกบ จนได้เกล็ดน้ำแข็ง เป็นวิธีทำแบบดั้งเดิม เป็นต้น (อันนี้ก็เพิ่งรู้เหมือนกันใช้ผิดมาตั้งนาน ขอบคุณวิกิมากๆ ค่ะ)

Spell Check – เป็นเว็บไซด์ให้คุณตรวจคำสะกดได้เกือบทุกภาษาทั่วโลก เพียงแค่เปลี่ยนประเทศ/ภาษาตรงแถบเมนูเหนือกล่องข้อความ แล้วพิมพ์คำที่ต้องการตรวจสอบ มันจะแสดงคำแนะนำให้คุณแก้ไข แต่เท่าที่ทดลองใช้ดูแล้วระบบยังรองรับไม่สมบูรณ์สำหรับคำบางคำ ตัวอย่าง น้ำแข็งใส มันจะแนะนำเป็น น้ำแข็ง ใส หรือ น้ำแข็ง ซึ่งไม่ตรงตามคำที่ถูกต้องที่ควรเป็น น้ำแข็งไส ค่ะ

Sanook – พจนานุกรมของสนุกมีบริการค้นหาคำศัพท์พร้อมความหมายในพจนานุกรม และยังสามารถค้นหาคำราชาศัพท์, ตำราธาตุ, ศัพท์สแลง, ศัพท์คอมพิวเตอร์, ข้อมูลประเทศ, ข้อมูลจังหวัด, ข้อมูลปลาและสัตว์น้ำไทย, รวมทั้งการแปลคำศัพท์ไทย – อังกฤษ และ อังกฤษ-ไทย หรือ ไทย-ไทย เพียงคลิกช่องตัวเลือกด้านหลังแถบค้นหาคำศัพท์เท่านั้นค่ะ

Blb.la – เป็นเว็บไซด์แปลคำศัพท์ภาษาไทย-อังกฤษ แต่นอกจากจะแปลแล้วยังมีคำอธิบายศัพท์ไทย พร้อมยกตัวอย่างคำที่เกี่ยวข้องและคำศัพท์ใกล้เคียงกันเพิ่มเติมด้วยค่ะ

ReadAWrite – เป็นเว็บไซด์สำหรับนักเขียน นักอ่าน ที่นอกจากจะให้สมาชิกได้อ่านนิยายสนุกๆ ยังมีห้องสำหรับนักเขียน ห้องคุย และหน้าตรวจงานเขียนด้วย ก่อนใช้บริการคุณต้องสมัครสมาชิกแล้วจึงจะสามารถเข้าไปอ่าน เขียน คุย หรือตรวจงานเขียนของคุณได้บนหน้าเว็บ

ยังมีแอปพลิเคชันช่วยเรื่องการเขียนและอ่านภาษาไทยอีกหลายตัวในระบบ iOS และ Android ที่คุณสามารถดาวน์โหลดได้บนมือถือ อย่าง เขียนไทยให้ถูก (iOS) ที่มาพร้อมเกมส์สนุกๆ ให้เล่น, พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (Android), อ่านอย่างไรเขียนอย่างไร (Android) และคำไทยที่มักเขียนผิด (Android) เลือกได้ตามชอบเลยค่ะ

ก่อนปิดหน้านี้

ประเภทของเนื้อหายังมีอีกมากมายและเทคนิคการสร้างเนื้อหาที่ดึงดูดใจก็มีอีกมากมายเช่นกัน เราคงต้องเล่ากันอีกหลายบทความเลยล่ะ เนื้อหานอกจากจะอยู่บนโลกออนไลน์ ในเว็บไซด์แล้วยังมีเนื้อหาที่อยู่บนโลกออฟไลน์อย่าง หนังสือ ป้ายโฆษณา ใบปลิว ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของประเภทเนื้อหา หรือแม้แต่อีเมลก็เป็นเนื้อหาประเภทหนึ่งด้วย อีเมลจึงต้องมีการตลาดมาเกี่ยวข้อง

การตลาดอีเมลหรือ Email Marketing มีประโยชน์อย่างไรและคุณจะทำการตลาดอีเมลอย่างไรให้มีประสิทธิผล หาคำตอบเหล่านี้ได้ในตอนต่อไปค่ะ

อ่านย้อนหลัง วิธีเสริมกลยุทธ์การตลาดด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence Tools

ตอนที่ 1. ยุคของหุ่นยนต์

ตอนที่ 2. AI สร้างโลโก้

ตอนที่ 3. AI สร้างเว็บไซด์

ตอนที่ 4. AI-Power SEO

ตอนที่ 5. AI Keyword Research for SEO

 

https://quicktime-ac.com/
บจก. ควิกไทม์ แอ็คเค้าท์แทนซี่ บริการจัดทำบัญชีและวางระบบบัญชีอย่างมืออาชีพ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s