The Future of Work in the Age of AI: ตอนที่ 3 Smart City

จากบทความตอนที่ 2 The Internet of Things คุณคงพอมองภาพออกแล้วว่าการเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ มีความสำคัญอย่างไร การเกิดขึ้นของ IoT เป็นต้นเหตุของการผลักดันให้เกิดการพัฒนา Smart Cities ในมหานครที่สำคัญทั่วโลก เช่น กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้, กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย, เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา, กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศแนเธอร์แลนด์, กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน, กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส, กรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร, เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา, และมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ก่อนจะพาไปรู้จักเมืองอัจฉริยะ เรามารู้จักความหมายของมันก่อนดีกว่า

Smart City หรือเมืองอัจฉริยะเป็นเมืองที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and communication technologies – ICT) รวมด้วยอุปกรณ์ทางกายภาพต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย (Internet of things หรือ IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและบริการของเมืองกับประชาชนและยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของบริการในเมือง เช่น ตรวจสอบและจัดการระบบการจราจร, การจัดการระบบเครือข่ายโรงไฟฟ้า, การประปา, การจัดการขยะ, การขนส่งและระบบสาธารณูปโภค, การบังคับใช้ักฎหมาย, ระบบสารสนเทศ, โรงเรียน, ห้องสมุด, โรงพยาบาลและบริการชุมชนอื่นๆ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองและต้นทุนโดยรวม จุดมุ่งหมายที่ครอบคลุมของเมืองที่สมาร์ทคือการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะ

เทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะช่วยให้เจ้าหน้าที่ของเมืองมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนและเมืองและเพื่อตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองและวิธีการพัฒนาเมือง

Smart City จะมีหน้าตาอย่างไร?

สถิติการจราจรติดขัดที่เลวร้ายรวมถึงความหนาแน่นของประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่ต้องเผชิญกับปัญหาความเร่งด่วนในการเดินทางไปทำงาน ทำให้เวลาในการใช้ชีวิตประจำวันหมดไปกับการเดินทาง ความหนาแน่นของประชากร ความกดดันและผลกระทบจากความแออัดยัดเยียดในเมืองหลวงทำให้เกิดแนวคิดที่จะลดปัญหาเหล่านี้และสร้างเมืองที่ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี

The United Nations ได้คาดการณ์ว่า สองในสามของประชากรโลกจะอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่หนาแน่นภายในปี 2030 ทรัพยากรที่มีอยู่รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและบริการจึงต้องเป็นไปตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยเพื่อให้แน่ใจว่าคุณภาพชีวิตดีขึ้น

แนวคิดของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) จึงเกิดขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสิ่งต่างๆ (IoT) เช่น การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์, การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะให้มีความสมาร์ทและสามารถช่วยลดเวลาที่ประชากรต้องสูญเสียไปในแต่ละวัน ทำให้ผู้คนสามารถใช้เวลาเหล่านั้นเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีขึ้น มีเวลากับครอบครัวมากขึ้น ลดความเครียด มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น และมีความสุขมากขึ้น

ที่จริงแนวความคิดเกี่ยวกับการสร้างเมืองอัจฉริยะมีมาหลายปีแล้วและมีการพัฒนามาเป็นลำดับ แต่ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 นี้มีเทคโนโลยีสำคัญที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนโฉมหน้าของเมืองอัจฉริยะที่ดูราวกับหนังฮอลลีวู้ด นั่นก็คือ IoT และ AI ที่ถูกพัฒนามาจนสุกงอมพร้อมกันในยุคนี้ ทำให้เราได้เห็นอุปกรณ์อัจฉริยะใหม่ๆ ซอฟแวร์ใหม่ๆ และแอพพลิเคชันที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันของพวกเราง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น หรูหรามากขึ้น

ชมวิิดีโอที่แสดงภาพแนวความคิดเกี่ยวกับโลกอนาคตในปี 2050 (The World In 2050) ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดในการสร้างรถยนต์อัจฉริยะไร้คนขับที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เมืองอัจฉริยะมีความคล่องตัวโดยเน้นการใช้ยานพาหนะร่วมกันรวมทั้งการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเหมาะสำหรับผู้อาศัยในเมืองที่ต้องเดินทางตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น EZ-GO ของ Renault ที่จะออกขายรุ่นแรกในปี 2022 เป็นรถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง มีระบบกันสะเทือนที่ใช้งานได้ซึ่งสามารถรองรับถนนในเมืองที่ขรุขระและเพิ่มหรือลดรถเพื่อรองรับผู้โดยสารพร้อมด้วยพวงมาลัยสี่ล้อเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในเมือง นอกจากนี้ยังมีระบบชาร์จแบบไร้สายภายในและ WiFi ช่องทางเข้าขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าและการจัดที่นั่งรูปตัว U ช่วยให้ผู้โดยสารเดินขึ้นยืนได้อย่างง่ายดาย นั่งลงและย้ายไปรอบ ๆ ในเวลาเดียวกัน มีทางลาดที่ช่วยให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับรถเข็นหรือผู้ปกครองที่มีรถเข็นเด็ก ชมวิดีโอด้านล่างค่ะ

และคอนเซ็ปรถแท็กซี่บินที่ไร้คนขับก็ไม่ใช่เป็นแค่แนวคิดอีกต่อไปเพราะเม่ื่อไม่นานมานี้ Co-founder ของ Google: Larry Page ได้ทดลอง Cora แท็กซี่อากาศ หรือ Air Taxi ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่ประเทศนิวซีแลนด์ Cora สามารถบินขึ้นได้ในแนวตั้งจึงไม่จำเป็นต้องใช้รันเวย์และสามารถบินได้ในความเร็วที่ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยการชาร์ทแบตเตอร์รี่เพียงครั้งเดียวที่สามารถบินได้ไกลถึง 100 กิโลเมตร Kitty Hawk บริษัทผู้ผลิต Cora จะนำรุ่นแรกออกใช้งานจริงภายในสามปีข้างหน้าที่เราๆ จะได้สัมผัสด้วยตัวเอง ชมวิดีโอการทดสอบบินของ Cora ที่ประเทศนิวซีแลนด์ค่ะ

บริษัทอื่นๆ อีกหลายแห่งรวมทั้ง Uber และ Airbus AIR กำลังเดินหน้าแท็กซี่บินเชิงพาณิชย์ Uber ได้กำหนดเป้าหมายไปยัง Los Angeles, Dallas และ Dubai สำหรับบริการนี้ภายในปี 2020 อีกไม่นานเราก็จะได้ใช้บริการแท็กซี่บินกันแล้วซินะ

Smart City กับผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเรา

Internet of Things (IoT) และ Artificial Intelligence (AI) ช่วยเชื่อมต่อเมืองกับสาธารณูปโภคและโครงข่ายบริการสาธารณะผ่านระบบมือถือ อุปกรณ์อัจฉริยะ ซอฟแวร์ แอพพลิเคชันมือถือ ข้อมูลขนาดใหญ่ และการวิเคราะห์ข้อมูล Smart Cities เหล่านี้กำลังรวมข้อมูลตามความเป็นจริงเพื่อช่วยให้การจัดการระบบบริการและโปรแกรมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นและวัดผลกระทบได้ทันทีแบบเรียลไทม์

Surbana Jurong และ Microsoft ได้ร่วมพัฒนา Smart City แบบ Cloud ในโซลูชัน Box และเพิ่มแอพพลิเคชั่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2016 Smart City in a Box ของ Surbana Jurong ช่วยให้เจ้าหน้าที่ของเมืองสามารถโหลดแอปที่ปรับแต่งได้เพื่อใช้ใน 4 ภาคหลัก คือ

1. การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) ประกอบด้วย

  • การจัดการพลังงาน (Energy Management) รวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานผ่านทางมิเตอร์ในอาคารเพื่อให้คำแนะนำแก่ลูกค้าว่าจะลดการใช้พลังงานอย่างไร
  • การจัดการน้ำ (Water Management) ตรวจหาคุณภาพน้ำโดยใช้กล้องวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบชีวิตสัตว์ทะเลในน้ำ
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสร้างแบบจำลองน้ำท่วม (Climate Change and Flood Modeling) เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจำลองน้ำท่วมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองที่อยู่ในแนวความคิด

2. ประสิทธิภาพ (Efficiency) ประกอบด้วย

  • ไฟอัจฉริยะ (Smart Lighting) เซ็นเซอร์และคอนโทรลเลอร์ในอุปกรณ์แสงที่ช่วยให้แสงสลัวถ้าไม่มีคนเดินผ่าน ช่วยให้ประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย
  • การบำรุงรักษาลิฟท์แบบ Predictive (Predictive Lift Maintenance) ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในลิฟท์เพื่อคาดการณ์ความเสียหาย
  • การตรวจสอบการจราจร (Traffic Monitoring) กล้องที่มีการวิเคราะห์วิดีโอติดตั้งไว้ที่ทางหลวงเพื่อตรวจจับการจราจรติดขัดการเกิดอุบัติเหตุและการกระทำผิดเกี่ยวกับการจราจร

3. ชุมชน (People) ประกอบด้วย

  • Itown แอพพลิเคชันมือถือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพข้อบกพร่องและส่งข้อเสนอแนะไปยังเทศบาลเมืองได้สะดวก
  • บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ระบบที่สามารถควบคุมได้ภายในพื้นที่และจากระยะไกล, เช่นควบคุมเครื่องปรับอากาศและแสงไฟภายในบ้าน
  • การตรวจสอบผู้สูงอายุ (Elderly Monitoring) การติดตั้งเซนเซอร์ในบ้านเพื่อตรวจสอบความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุและการเคลื่อนไหวของพวกเขา
  • ห้องน้ำสมาร์ท (Smart Toilet) ที่ควบคุมด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับว่าห้องน้ำเปียกหรือกระดาษชำระหมด ทำให้สามารถแจ้งพนักงานทำความสะอาดได้ตามความจำเป็นแทนที่จะทำความสะอาดตามกำหนด

4. ความปลอดภัย (Security) ประกอบด้วย

  • การตรวจจับไฟและควัน (Fire & Smoke Detection) ด้วยกล้องและการวิเคราะห์วิดีโอที่ช่วยตรวจสอบไฟและควันในอาคาร
  • การจดจำใบหน้า (Facial Recognition) โดยใช้กล้องถ่ายรูปและแล็ปท็อปที่เก็บข้อมูลไว้เพื่อใช้ระบุบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีดำ
  • การวิเคราะห์พฤติกรรม (Behaviour Analytics) กล้องที่ตรวจจับบุคคลที่จมน้ำในสระ
  • กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (Smart CCTV) การใช้กล้องและการวิเคราะห์วิดีโอเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจนับคน การบุกรุกที่ผิดกฏหมาย วัตถุที่ถูกทิ้งไว้ และจดจำป้ายทะเบียนรถยนต์

Image source

โครงสร้างเมืองสมาร์ทควรมีอะไรบ้าง? (Smart City Components)

Tata Docomo ได้แบ่งส่วนประกอบเกี่ยวกับโครงสร้างของเมืองอัจฉริยะว่าควรมีอะไรบ้างด้วยภาพอินโฟกราฟฟิก โดยแบ่งส่วนประกอบของ Smart City ออกเป็น 9 ส่วน คือ Smart Governance, Smart Mobility, Smart Building, Smart Infastructure, Smart Energy & Lighting, Smart Homes, Smart Public Services, Smart Healthcare, และ Smart Citizen

Smart Governance

SMART Governance คือการใช้เทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนการวางแผนและการตัดสินใจที่ดีขึ้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการประชาธิปไตยและเปลี่ยนวิธีการที่บริการสาธารณะจะถูกส่งมอบ ซึ่งประกอบด้วยรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์, วาระการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพและการทำงานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

Smart Mobility

Smart Mobility การเดินทางในเมืองสำคัญๆ ที่มีผู้คนหนาแน่นหากมีความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้การจราจรติดขัดและเสียเวลาไปบนท้องถนนโดยไม่จำเป็น รวมทั้งภาวะมลพิษจากควันรถและสุขภาพของผู้อยู่อาศัย Smart Mobility จะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยเชื่อมต่อระบบการจราจรที่ผู้ใช้ท้องถนนสามารถตรวจสอบเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น ช่วยให้ถึงจุดหมายรวดเร็วขึ้น

Smart Building

Smart Building หรือ อาคารอัจฉริยะจะใช้กระบวนการอัตโนมัติเพื่อควบคุมการทำงานของอาคาร เช่น การระบายความร้อน, การระบายอากาศ, ระบบปรับอากาศ, ระบบแสงสว่าง, ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบอื่นๆ ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองและปรับปรุงสภาพอากาศภายในอาคารเพื่อสุขภาพของผู้คนภายในอาคารนั้นๆ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยที่ควบคุมด้วยระบบอัจฉริยะ

Smart Infrastructure

Smart Infrastructure ในเมืองที่โครงสร้างพื้นฐานมีความอัจฉริยะอย่างแท้จริง เทคโนโลยีการรับรู้ (Sensing technologies) จะถูกฝังไว้ภายในโครงสร้างพื้นฐานรวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการโต้ตอบ เซ็นเซอร์เหล่านี้เชื่อมต่อแกนกลางการสื่อสารช่วยให้สามารถเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการดูแลรักษาทรัพย์สิน การเพิ่มความปลอดภัยและการดูแลสุขภาพ

Smart Engery & Lighting

Smart Energy & Lighting ระบบไฟถนนอัจฉริยะ (Intelligent street lighting) ใช้เซ็นเซอร์ในการให้แสงสลัวหรือให้แสงสว่างหรือปิดไฟโดยอัตโนมัติขึ้นกับเงื่อนไขสภาพแวดล้อมและการตรวจจับการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

Smart Home

Smart Home หรือ บ้านอัจฉริยะ คือ บ้านที่มีการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่สามารถควบคุมโดยอัตโนมัติจากที่ใดก็ได้ในโลกด้วยมือถือหรืออุปกรณ์เครือข่ายอื่นๆ

Smart Public Services

Smart Public Services คือ ระบบที่จอดรถอัจฉริยะจะนำทางรถยนต์ไปยังจุดจอดรถที่ว่างและใกล้ที่สุด การบริการรถสาธารณะจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อพร้อมให้บริการประชากรในเมืองทั้งหมด

Smart Healthcare

Smart Healthcare ระบบดูแลสุขภาพอัจฉริยะ จะช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สุขภาพของผู้สวมใส่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเครื่องพารามิเตอร์สุขภาพทำให้แพทย์สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันเวลา

Smart Citizen

Smart Citizen เชื่อมต่อพลเมืองนำไปสู่การดำเนินชีวิตอัจฉริยะผ่านแพลตฟอร์มเดียว พลเมืองจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางกาย จิตใจ และทางสังคม ซึ่งจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ประเทศไทยมีแผนงาน Smart Cities ในจังหวัดสำคัญๆ ทางเศรษฐกิจและเป็นส่วนหนึ่งของการริเริ่มไทยแลนด์ 4.0 ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น และจะขยายไปสู่เขตทางเดินเศรษฐกิจตะวันออกที่จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร

เมื่อ Artificial Intelligence เบียดเข้ามาแล้วเราจะก้าวต่อไปอย่างไร

การเพิ่มขึ้นของประชากรโลกทำให้มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย การเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตจึงเป็นทางออกที่ช่วยป้องกันปัญหาสภาพความเป็นอยู่ของผู้อาศัยในเมืองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัย

การพัฒนาเทคโนโลยี The Internet of Things (IoT) ที่เชื่อมต่อกันอย่างรวดเร็วช่วยให้เมืองหลักต่างๆ ทั่วโลกสามารถเปลี่ยนเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ได้ และเมื่อมีสิ่งใหม่ๆ อุปกรณ์อัจฉริยะใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้งานแน่นอนว่าวิธีการทำงานของผู้อาศัยในเมืองและผู้ดูแลเมืองต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ปัญหาคือ คนที่อาศัยในเมืองจำเป็นต้องพัฒนาทักษะและความรู้เพิ่มขึ้นอย่างไร

หากคุณได้อ่านบทความก่อนเกี่ยวกับ The Internet of Things (IoT) คงพอมองภาพออกว่าทุกอย่างเชื่อมต่อกันกับอุปกรณ์ด้วยระบบเซ็นเซอร์ ระบบคลาวด์ แอพพลิเคชั่น หรือซอฟแวร์ และมือถือเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะสำคัญที่จะเชื่อมโลกของ IoT เข้าด้วยกัน ถามว่า คุณเคยใช้มือถือของคุณครบทุกฟังก์ชั่นหรือไม่ และคุณใช้แอปมือถืออย่างคล่องแคล่ว รู้จักมันอย่างลึกซึ้ง ใช้มือถือของคุณอย่างคุ้มค่าหรือไม่ สิ่งเหล่านี้คือทักษะที่คุณควรทราบ ควรเรียนรู้ และใช้งานอุปกรณ์มือถืออย่างครบถ้วน ส่วนใหญ่แล้วเรามักใช้งานอุปกรณ์ใดๆ เพียงแค่ที่จำเป็นเท่านั้นแล้วก็ลืมที่จะศึกษาหรืออ่านคู่มือว่ามันทำอะไรได้อีกบ้าง แอปต่างๆ ช่วยงานอะไรได้บ้าง และฟังก์ชั่นที่เขามีอื่นๆ สามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร

แอพพลิเคชันที่เสริมปัญญาประดิษฐ์มีออกมามากมายเพื่อให้เราได้ใช้เป็นเครื่องมือช่วยงานและสร้างความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน แอปเหล่านี้มีทั้งแบบฟรีและเสียค่าใช้จ่ายรายเดือน ก่อนตัดสินใจเลือกใช้งานคุณควรศึกษาว่ามีฟีเจอร์อะไรที่เหมาะสมและจะใช้งานอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ไม่เพียงแต่มือถือที่เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะสำคัญในการเชื่อมต่อกับสิ่งต่างๆ ในเมือง ยังมีอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ อย่างเช่น Wareables, Smart Home, Smart Door Locks, Smart Bluetooth Trackers, Smart Kitchen, Smart Plugs, Wireless Home Energy Monitors, Smart Thermostats, Fitness Trackers, 3D Printer, Smart Car, Drones, Smart Watch, Smart Bulbs, Smart Toothbush, Smart TV, Smart Appliances, และอีกมากมาย

การรู้จักใช้อุปกรณ์อัจฉริยะเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันของเราจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อให้คุณไม่ตกเทรนด์และสามารถตามทันความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อคุณมีทักษะที่ชำนาญในการใช้อุปกรณ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ หรืองานที่สมัคร โอกาสในการได้ค่าตอบแทนที่ดีก็จะตามมา บริษัทต่างก็ต้องการคนที่มีทักษะที่ทันต่อยุคสมัยและสามารถใช้งานอุปกรณ์ได้คล่องแคล่วเพราะนั่นหมายถึงคุณสามารถเริ่มต้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทันที

ตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการสำหรับ Smart City จะแตกต่างกันไปเล็กน้อยตามความต้องการของเมืองอัจฉริยะนั้นๆ ตำแหน่งหลักๆ ที่น่าสนใจ อย่างเช่น

  • Machine learning scientist – นักวิทยาศาสตร์ด้านการเรียนรู้ของเครื่องมีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและทำให้มีรายได้ใหม่สำหรับเมือง
  • Data Scientist – นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะช่วยให้เมืองอัจฉริยะสามารถใช้ AI ในการทำงานได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย
  • Developer – การเติบโตของเมืองอัจฉริยะและการเพิ่มขึ้นของ IoT จะทำให้เกิดความต้องการนักพัฒนาซอฟต์แวร์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม และนักพัฒนาฐานข้อมูล พวกเขาจะสร้างแอพพลิเคชันและเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยเชื่อมต่อกันมาก่อน
  • Cybersecurity analyst – ทุกอย่างที่เชื่อมต่อ IoT ในเมืองอัจฉริยะต้องมีความปลอดภัยจากแฮกเกอร์ ตำแหน่งนี้จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก
  • Cloud architect – การผสานรวมแอพพลิเคชันต่างๆ ของเมืองไว้ในแพลตฟอร์มเดียวมีความสำคัญสำหรับเมืองอัจฉริยะเพื่อให้สามารถจัดการกับทรัพย์สินต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น
  • Industrial network engineer – วิศวกรเครือข่ายอุตสาหกรรมช่วยในการระบุและเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับเมืองตามกรณีการใช้งานและข้อกำหนดอื่น ๆ
  • Energy efficiency engineer – ช่วยจัดการการใช้พลังงานของเมืองอัจฉริยะอย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณสนใจอยากเพิ่มทักษะและความรู้เกี่ยวกับด้านข้อมูล DataCamp เป็นแหล่งรวมวิชาเกี่ยวกับ Data Science และมีครอสเรียนออนไลน์ที่น่าสนใจมากกว่า 100 ครอสให้คุณเลือกเรียนทั้งแบบฟรีและมีค่าใช้จ่ายซึ่งก็ไม่แพงจนเกินไปค่ะ ครอสเรียน Data Science ฟรีออนไลน์ที่คุณสามารถเริ่มต้นได้แม้ไม่เคยมีความรู้ด้านนี้มาก่อน อย่างเช่น

  • Intro to SQL for Data Science
  • Intro to Python for Data Science
  • Introduction to R
  • Introduction to Data
  • Introduction to Data Visualization with Python
  • Introduction to Databases in Python
  • Introduction to Machine Learning
  • Intro to Financial Concepts using Python
  • Introduction to R for Finance
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

ก่อนปิดหน้านี้

Smart City จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดแกนสำคัญในการสร้างความอัจฉริยะต่างๆ นั่นก็คือ The Internet of Things (IoT) และการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะแต่ละชิ้นต้องมีการสร้างโปรแกรม ซอฟแวร์ หรือ แอพพลิเคชันที่ฝังไว้ภายในอุปกรณ์เหล่านั้น Artificial Intelligence (AI), Machine Learning (ML), Deep Learning (DL) จึงถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้เสริมความอัจฉริยะของอุปกรณ์ เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เชื่อมต่อกันมันได้เก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาลของผู้ใช้ที่เรียกว่า ข้อมูลใหญ่ (Big Data) และข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อหา Solutions ที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดและมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากที่สุดโดย Data Scientist, และ Data Miner หากคุณเคยอ่านบทความ “วิธีเสริมกลยุทธ์การตลาดด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence Tools (ตอนที่ 10 AI + Analytics)” มาก่อนคงนึกภาพความสัมพันธ์ระหว่าง AI, ML, DL, Big Data, Data Science, และ Data Mining ออกนะคะ

นอกจากนี้แล้วการเชื่อมต่อระหว่าง IoT และผู้ใช้งานจะขาดระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wireless Internet) ไปไม่ได้เพราะมันคือตัวกลางในการส่งต่อสัญญาณการเชื่อมต่อข้อมูล แต่ระบบ Wireless ก็ยังคงมีข้อจำกัดในการใช้งาน สัญญาณมือถือจึงเข้ามาช่วยให้การเชื่อมต่อราบรื่นขึ้นและสะดวกมากขึ้น เราสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ ได้ผ่านแอปหรือซอฟแวร์บนมือถือ สัญญาณมือถือจึงต้องมีการพัฒนาประสิทธิภาพความเร็วและความเสถียรให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้และเพื่อรองรับการเติบโตของ Smart City

5G ที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงกันมากในยุคนี้จะช่วยให้ชีวิตประจำวันของเราดีขึ้นอย่างไร ติดตามตอนต่อไปค่ะ

อ่านย้อนหลัง The Future of Work in the Age of AI

ตอนที่ 1 The Industrial 4.0

ตอนที่ 2 The Internet of Things

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s