The Future of Work in the Age of AI: ตอนจบ Cybersecurity + Blockchain

เทคโนโลยีมีทั้งด้านบวกและด้านลบที่เราควรต้องรู้จักใช้มันให้เป็นเพื่อป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลที่สำคัญและความเป็นส่วนตัว หลายคนใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และอุปกรณ์ที่ทันสมัยโดยไม่นึกว่าในความหรูหราและ Hightech ของอุปกรณ์ ซอฟแวร์ หรือ แอพพลิเคชันเหล่านั้นอาจมีช่องโหว่ที่แฮกเกอร์เข้าโจมตีหรือคุกคามและขโมยข้อมูลของเราไปเรียกค่าไถ่หรือทำความเสียหายให้กับเราและธุรกิจของเราได้

ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ การป้องกันการถูกโจมตีจากแฮกเกอร์และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเรื่องที่ควรระวังในขณะที่สนุกสนานบันเทิงกับการใช้แอพพลิเคชันใหม่ๆ โลกของ IoT ไม่ได้มีแต่ความหรูหราและสวยงามแต่มีอีกด้านของภัยไซเบอร์ที่อาจเข้าโจมตีได้ง่ายหากเราไม่ระวังการใช้งาน IoT เหล่านั้นโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ในฐานะผู้ปกครองคุณจะป้องกันพวกเขาอย่างไรให้ปลอดภัยบนโลกไซเบอร์

Cybersecurity ทำไมเราต้องรู้จักมัน

ความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ (Cybersecurity) หรือ ระบบรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ (Computer Security) หรือ ความปลอดภัยของระบบไอที (IT Security) หมายถึงการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์จากการโจรกรรมและความเสียหายต่อฮาร์ดแวร์ซอฟต์แวร์หรือข้อมูลตลอดจนการหยุดชะงักหรือการให้บริการที่ผิดพลาด

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและการทำงานของเรามานานหลายร้อยปีและมีการพัฒนาความอัจฉริยะมากขึ้นเป็นลำดับ เรากำลังอยู่ในยุคของ The Internet of Things (IoT) ที่ไม่เพียงแต่อยู่ในที่ทำงานแต่มันอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งแม้แต่ในบ้านของเรา

ในปัจจุบันไม่มีธุรกิจใดที่ไม่ใช้เทคโนโลยี ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ปัญหาคือเทคโนโลยีที่มากับอุปกรณ์เหล่านี้มักถูกโจมตีจากแฮกเกอร์ เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา WannaCry ransomware สร้างผลกระทบกับองค์กรทุกขนาดมากกว่า 10,000 องค์กรในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก การโจมตีดังกล่าวทำให้เกิดการหยุดชะงักในการให้บริการและการดำเนินการที่สำคัญ เช่น บริการสุขภาพของโรงพยาบาลในประเทศสหราชอาณาจักรและโรงงานผลิตรถยนต์ของ Renault หลายแห่ง และในปี 2016 ผู้ใช้บัญชี Yahoo กว่าหนึ่งพันล้านคนถูกแฮ็กบัญชีทำให้บริษัทได้รับความเสียหายอย่างมาก

ไม่เพียงแต่องค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น บัญชี SME จำนวนมากก็ได้รับผลกระทบจากการโจมตีเพราะองค์กรขนาดเล็กเหล่านี้ส่วนใหญ่จะใช้ระบบซอฟแวร์เก่าที่มีการป้องกันน้อยมากเพราะมัวแต่มุ่งหายอดขายและมองข้ามความปลอดภัย

การคุกคามทางไซเบอร์มาในรูปแบบไหนบ้าง

การคุกคามทางไซเบอร์มีหลายรูปแบบที่หากคุณทำธุรกิจขนาดเล็ก SME แล้วคิดว่าคุณไม่มีความเสี่ยงเหมือนองค์กรขนาดใหญ่คุณคงวางใจมันเกินไปแล้วล่ะ

ภาพ Infographic ด้านล่างได้อธิบายถึงอัตราการถูกโจมตีทางไซเบอร์ของธรุกิจขนาดเล็กไว้อย่างน่าสนใจ

  • 60% ของ SME จะปิดตัวภายใน 6 เดือนนับจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์
  • 36% ของการโจมตีทางไซเบอร์มุ่งที่บริษัทขนาดเล็ก
  • 77% บอกว่าบริษัทของพวกเขาปลอดภัยจากการคุกคามทางไซเบอร์
  • 66% บอกว่าพวกเขาไม่กังวลทั้งการโจมตีจากภายนอกและภายในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการโขมยข้อมูลจากแฮกเกอร์หรือจากลูกจ้าง
  • 47% เชื่อว่าเหตุการณ์การละเมิดข้อมูลจะไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจของพวกเขา
  • 87% ไม่มีนโยบายรักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นทางการสำหรับพนักงาน
  • 60% ไม่มีนโยบายส่วนบุคคลที่พนักงานจะต้องปฏิบัติตามเมื่อพวกเขาจัดการข้อมูลลูกค้าหรือข้อมูลพนักงาน
  • 23% มีนโยบายสำหรับพนักงานสื่อสังคมใช้ในงาน
  • 75% ไม่มีนโยบายสำหรับพนักงานสื่อสังคมใช้ในงาน
  • 69% ไม่ได้มีข้อมูลนโยบายความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตสำหรับพนักงาน

ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีหลายรูปแบบ อย่างเช่น

  • Ransomware เป็นซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายประเภทหนึ่ง มันถูกออกแบบมาเพื่อรีดไถเงินโดยการปิดกั้นการเข้าถึงไฟล์หรือระบบคอมพิวเตอร์จนกว่าค่าไถ่จะได้รับเงิน การจ่ายค่าไถ่ไม่ได้รับประกันว่าไฟล์จะได้รับการกู้คืนหรือระบบคืนค่า
  • มัลแวร์ (Malware) เป็นซอฟต์แวร์ประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อคอมพิวเตอร์
  • วิศวกรรมทางสังคม (Social engineering) เป็นกลวิธีที่แฮ็กเกอร์ใช้ในการหลอกลวงให้คุณเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน พวกเขาสามารถเรียกเก็บเงินหรือได้รับการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับของคุณ วิศวกรรมโซเชียลสามารถใช้ร่วมกับภัยคุกคามที่ระบุไว้ข้างต้นเพื่อให้คุณมีแนวโน้มที่จะคลิกลิงก์ดาวน์โหลดมัลแวร์หรือเชื่อถือแหล่งที่มาที่เป็นอันตราย
  • ฟิชชิ่ง (Phishing) คือการส่งอีเมลหลอกลวงที่คล้ายกับอีเมลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ จุดประสงค์คือการขโมยข้อมูลสำคัญเช่นหมายเลขบัตรเครดิตและข้อมูลเข้าสู่ระบบ เป็นประเภทของการโจมตีไซเบอร์ที่พบมากที่สุด คุณสามารถช่วยปกป้องตนเองผ่านการศึกษาหรือโซลูชันด้านเทคโนโลยีที่กรองอีเมลที่เป็นอันตรายได้

ชมวิดีโอวิธีการของแฮ็กเกอร์สาวที่แฮ๊กข้อมูลบริษัทแห่งหนึ่งแล้วส่งอีเมลที่ดูราวว่าส่งมาจากบริษัทจริง ทำให้ลูกค้าเชื่อและคลิกดาวน์โหลดไฟล์ เธอบอกว่าวิธีการของเธอคือทำอย่างไรให้ผู้รับอีเมลคลิกลิงก์หรือไฟล์ที่ส่งไป ในวีดีโอนี้บอกเราว่าสาวสวยที่กำลังนั่งจิบกาแฟข้างๆ คุณอาจเป็นแฮ๊กเกอร์ที่ดูเหมือนคนปกติธรรมดาที่ไม่มีพิษมีภัยแต่ร้ายลึกนะขอบอก….

สร้างเกราะป้องกันก่อนถูกคุกคาม

การดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยในโลกไซเบอร์เป็นวิธีที่ดีในการทำความเข้าใจท่าทีโลกไซเบอร์ขององค์กรคุณ การใช้บริการจากบุคคลที่สามที่เชื่อถือได้เพื่อช่วยประเมินและป้องกันภัยคุกคามจากแฮ๊กเกอร์เป็นเรื่องที่ธุรกิจทุกขนาดควรใส่ใจและให้ความสำคัญ แม้ว่าการประเมินความปลอดภัยทุกครั้งจะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ 7 วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวสำหรับการตรวจสอบด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ครั้งถัดไปของคุณค่ะ

1. ตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายของคุณ อย่างเช่น Desktops, laptops, โทรศัพท์มือถือ, เครื่องพิมพ์ หรือระบบรักษาความปลอดภัยซึ่งรวมอยู่ในรูปแบบเครือข่ายของคุณและหมั่นอัพเดทเมื่อมีการเพิ่มหรือลบอุปกรณ์ทุกครั้ง

2. ตรวจสอบซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันและเฟิร์มแวร์ที่กำลังใช้งานอยู่บนเครื่องแต่ละเครื่องในเครือข่ายของคุณดูว่าซอฟแวร์ตัวไหนจำเป็นสำหรับธุรกิจและตัวไหนไม่จำเป็น ตรวจสอบการอนุญาตแอพพลิเคชันแต่ละตัวในการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญและจำกัดเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานเท่านั้น ตัวอย่างการละเมิดข้อมูลผู้ใช้งานของแอพพลิเคชันที่ผู้ใช้ดาวน์โหลดใน Facebook ทำให้เกิดความเสียหายและเป็นข่าวใหญ่ตอนนี้

3. ตรวจสอบการให้สิทธิในการใช้งานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใช้แต่ละคน การจำกัดสิทธิตามบทบาทและหน้าที่จะช่วยป้องกันการดาวน์โหลดและติดตั้งแอพพลิเคชันที่ไม่พึงประสงค์นอกจากนี้ยังป้องกันแฮ๊กเกอร์ในการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญและช่วยลดความเสียหายได้ในระดับหนึ่ง

4. ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ระบบปฏิบัติการเบราว์เซอร์, เครื่องพิมพ์, และโทรศัพท์มือถือ กำหนดรหัสผ่านเครือข่ายที่เปิดอยู่และอนุญาตให้เชื่อมต่อเครือข่ายเฉพาะคนที่เชื่อถือได้

5. ตรวจสอบว่าซอฟแวร์และแอพพลิเคชันที่ใช้อยู่มีการอัพเดทจากผู้ให้บริการ

6. ให้การฝึกอบรมพนักงาน/ผู้ใช้งานเกี่ยวกับการป้องกันและวิธีการปฏิบัติเมื่อพบความผิดปกติเกิดขึ้น คุณอาจเขียนคู่มือปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแจกจ่ายให้แก่พนักงาน

7. ใช้เครื่องมือตรวจสอบและป้องกันไวรัสที่เชื่อถือได้เพื่อป้องกันการถูกโจมตีจากแฮ๊กเกอร์

อ่านเพิ่มเติม วิธีตั้งค่า Parent Controls สำหรับอุปกรณ์ทุกระบบ

SEMrush

เมื่อ Artificial Intelligence เบียดเข้ามาแล้วเราจะก้าวต่อไปอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า AI จะเปลี่ยนเกมสำหรับโลกไซเบอร์ในปี 2018 ด้วยความก้าวหน้าและวิวัฒนาการของ Artificial Intelligence (AI) ผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ต่างนำ AI มาใช้ในระบบป้องกันอัจฉริยะของตน

AI จะเข้ามาช่วยในการตรวจจับการโจมตีไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์และรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้วิเคราะห์ด้านความปลอดภัยจากการถูกคุกคามต่างๆ โดยจะคำนวณหาช่องโหว่ที่มีอยู่และวิเคราะห์การละเมิด ในกรณีที่มีการละเมิดระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะเสนอคำแนะนำที่ชาญฉลาดสำหรับการตอบสนองต่อภัยคุกคามและอนุญาตให้ทีมงาน Cybersecurity จำกัดความเสียหายจากภัยคุกคามภายในไม่กี่นาทีในแบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ AI ยังช่วยตรวจจับการโจมตีโดยแจ้งให้องค์กรทราบถึงภัยคุกคามใหม่ๆ ที่น่าจะเกิดขึ้นทำให้องค์กรสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2018 นี้ AI จะเป็นองค์ประกอบมาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ทุกรูปแบบ

ตำแหน่งงานที่สำคัญในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่ขับเคลื่อนด้วย IoT อย่าง Cybersecurity จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากและยังขาดบุคลากรในสายงานนี้อยู่มากเช่นกัน มีการคาดการณ์ว่าจะมีความต้องการตำแหน่ง Cybersecurity มากถึง 3.5 ล้านตำแหน่งภายในปี 2021 ในขณะที่จะมีอาชญากรไซเบอร์มากกว่าตำแหน่งงานที่เปิดรับถึง 3 เท่าตัวใน 5 ปีข้างหน้า

หากคุณสนใจหางานในตำแหน่ง Cybersecurity หรือตำแหน่งงานด้าน IT ที่กำลังเปิดรับสมัครอยู่ขณะนี้ในทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย คุณสามารถเข้าไปค้นหาได้ที่เว็บ Glassdoor.com ค่ะ

สำหรับผู้สนใจที่อยากเริ่มต้นศึกษาด้าน Cybersecurity หรือแม้แต่ด้าน IT ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษา ผู้ที่ทำงานอยู่แล้วหรือนักธุรกิจที่อยากหาความรู้ด้านนี้ คุณสามารถเรียนครอสออนไลน์ฟรีได้ตามรายชื่อสถาบันด้านล่างค่ะ

ก่อนปิดหน้านี้

ในโลกของอินเทอร์เน็ตของสิ่งต่างๆ (IoT) อุปกรณ์อัจฉริยะ, ซอฟแวร์, แอพพลิเคชัน สามารถเชื่อมต่อกันผ่านระบบเครือข่ายและระบบคลาวด์ การเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ เหล่านี้จำเป็นต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยและแหล่งที่เชื่อถือได้ เราจะเห็นได้ว่าโลกทุกวันนี้มีการทำธุรกรรมทางการเงิน การซื้อขาย การติดต่อสื่อสารและอีกมากมายบนระบบอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์มือถือ ความเชื่อถือได้และความปลอดภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญในการรับรองข้อมูล

และด้วยเหตุผลข้างต้น Blockchain จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยให้การทำธุรกรรมต่างๆ รวดเร็ว ประหยัดเวลา เชื่อถือได้ และปลอดภัย Blockchain ได้เป็นหัวข้อการสนทนาไปทุกที่ทุกสาขาอาชีพโดยเฉพาะในปี 2018 นี้มีการพูดกันว่า Blockchain จะเปลี่ยนอนาคตของโลกและหลายสาขาอาชีพกำลังอยู่ระหว่างการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้และมันจะ disrupt ในหลายอุตสาหกรรมภายใน 5 – 10 ปีข้างหน้า เช่น

  • Banking and Payments – การธนาคารและการชำระเงิน
  • Cyber Security – การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์
  • Supply Chain Management – การจัดการซัพพลายเชน
  • Forecasting – การพยากรณ์
  • Networking and the Internet of Things – เครือข่ายและอินเทอร์เน็ตของสิ่งต่างๆ
  • Insurance – ประกันภัย
  • Private Transport and Ride Sharing – การขนส่งสาธารณะและการแบ่งปันรถ
  • Cloud Storage – การจัดเก็บในระบบคลาวด์
  • Charity – การกุศล
  • Voting – การออกเสียงเลือกตั้ง
  • Government – รัฐบาล
  • Public Benefits – ประโยชน์สาธารณะ
  • Healthcare – การดูแลสุขภาพ
  • Energy Management – การจัดการพลังงาน
  • Online Music – เพลงออนไลน์
  • Retail – ค้าปลีก
  • Real Estate – อสังหาริมทรัพย์
  • Crowdfunding – การระดมทุนของโครงการหรือการร่วมทุนโดยการระดมเงินจำนวนเล็กน้อยจากผู้คนจำนวนมากโดยทั่วไปผ่านทางอินเทอร์เน็ต

Artificial Intelligence (AI) ได้ถูกพัฒนาให้มีความอัจฉริยะและถูกนำมาฝังไว้ในอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ (IoT) ทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นมีความอัจฉริยะและพูดคุยกันได้ส่งต่อข้อมูลระหว่างกันได้ผ่านระบบคลาวด์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการถูกคุกคามหรือโจมตีทางไซเบอร์ แต่ในอนาคตอันใกล้นี้แพลตฟอร์ม Blockchain ที่ถูกนำมาใช้กับ Bitcoin จะถูกพัฒนาและนำมาใช้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมายข้างต้น Blockchain จะช่วยให้การทำธุรกรรมบนโลกออนไลน์มีความปลอดภัย เชื่อถือได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางอย่างธนาคารอีกต่อไป ทำให้ไม่มีค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมและข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในบล็อกดาต้าเบสที่ใครๆ ที่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตก็สามารถเข้าถึงได้โดยมีระบบตรวจสอบที่เชื่อถือได้จากผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลก

ชมวิดีโออธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง IoT กับ Blockchain ที่กำลังจะเปลี่ยนอนาคตการทำงานของเราในยุคของ AI (The Future of Work in the Age of AI)

ติดตามเรื่องราวซีรีย์หน้า “วิธีเพิ่มยอดขายง่ายๆ ด้วยการตลาดขาเข้า Inbound Marketing”

อ่านย้อนหลัง The Future of Work in the Age of AI

ตอนที่ 1 The Industrial 4.0

ตอนที่ 2 The Internet of Things

ตอนที่ 3 Smart City

ตอนที่ 4 5G

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s