วิธีเพิ่มยอดขายง่าย ๆ ด้วยการตลาดขาเข้า Inbound Marketing ตอนที่ 2 สร้างแรงจูงใจ

จากบทความก่อนคุณได้รู้จักกับการตลาดขาเข้า (Inbound Marketing) แล้วว่าแนวคิดของการทำตลาดรูปแบบนี้เขาเน้นที่การสร้างเนื้อหา และการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพจำเป็นต้องมีการวางแผนและใส่เทคนิคที่น่าสนใจพร้อมเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชม ทำอย่างไรที่เนื้อหาของคุณจะสามารถจูงใจให้ผู้ชมอยากคลิก อยากค้นหาคำตอบเพิ่มเติม อยากรู้เพิ่มเติม และอยากเข้าเยี่ยมชมเว็บไซด์หรือร้านค้าของคุณทั้งออนไลน์และออฟไลน์

การสร้างแรงจูงใจจึงเป็นขั้นตอนแรกที่จะดึงดูดคนแปลกหน้าเหล่านั้นให้กลายเป็นผู้เยี่ยมเยียนโดยใช้เนื้อหาที่น่าสนใจเป็นตัวนำพา เนื้อหาเป็นได้ทั้ง blog, podcast, whitepaper, ebook, webinar, infographic, social media post หรือ วิดีโอ ที่สร้างขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพด้วยกระบวนการ Content Marketing เนื้อหาเหล่านี้จำเป็นต้องมีการวางโครงร่างที่เป็นลำดับและแทรกคำหลักที่ทรงพลังเพื่อผลักดัน SEO ให้โดน

สร้างแรงจูงใจด้วยการตลาดขาเข้า (Inbound Marketing)

ขั้นตอนแรกของกระบวนการ Inbound Marketing คือ คุณต้องการความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายและทำอย่างไรให้พวกเขารู้จักคุณ รู้ว่าคุณทำอะไร และสามารถติดต่อคุณได้อย่างไร การประกาศตัวธุรกิจของคุณให้กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ได้รับรู้จึงจำเป็นต้องสร้างเนื้อหาที่ถูกต้องเพื่อสร้างแรงจูงใจให้พวกเขาอยากรู้จักคุณมากขึ้นและจดจำแบรนด์ของคุณ วัตถุประสงค์ในขั้นตอนนี้เพื่อเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้เป็นผู้เข้าชมและผู้ติดตามในท้ายที่สุด

null

Visitors

เนื้อหาที่ดีควรเสริมเทคนิคการตลาดเพื่อให้เนื้อหานั้นเกิดประสิทธิผลและเป็นไปตามเป้าหมายของการทำแคมเปญที่เราเรียกมันว่า การตลาดเนื้อหา หรือ Content Marketing เทคนิคในการสร้างเนื้อหาที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยสร้างแรงจูงใจกลุ่มเป้าหมายได้ดีและทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก คือ

1. สร้างตัวตนของผู้ซื้อ (Buyer’s personas)

ก่อนที่คุณจะสร้างแรงจูงใจคุณต้องเข้าใจก่อนว่าใครคือผู้ที่อาจเป็นลูกค้าของคุณเพื่อสร้างเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของพวกเขา วิธีที่ดีที่สุด คือ การสร้างตัวตนของผู้ซื้อ หรือที่เรียกว่า Buyer’s personas ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นภาพลูกค้าในอนาคตได้อย่างชัดเจนมากขึ้น Buyer’s personas ควรประกอบด้วยข้อมูลเหล่านี้

  • ชื่อ Persona ตั้งชื่อตัวตนของผู้ซื้อเพื่อช่วยให้จดจำง่าย
  • ตำแหน่งงาน
  • ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ บริษัท (ขนาดภาค ฯลฯ )
  • รายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทงานของเขา
  • อายุ
  • เพศ
  • เงินเดือน/รายได้ครัวเรือนรวม
  • สถานที่ตั้ง: จากที่อยู่ในเมือง/ชานเมือง/หรือชนบท
  • ระดับการศึกษา
  • ขนาดครอบครัว
  • เป้าหมายและความท้าทาย คุณจะช่วยให้เขาบรรลุเป้าหมายและแก้ปัญหาของเขาได้อย่างไร

Persona คือ ตัวตนผู้ซื้อที่สมมติขึ้นเพื่อช่วยให้คุณกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนมากขึ้น เมื่อคุณกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้แล้วลองนึกถึงว่าคุณจะอธิบายหรือสื่อสารผลิตภัณฑ์หรือบริการกับบุคคลประเภทนี้อย่างไร

เครื่องมือช่วยสร้าง Personas อย่างเช่น UserForge, McorpCX’s Persona, Xtensio, และ Make My Persona (HubSpot) ให้คุณใช้เทมเพลตสำเร็จรูปฟรีเพียงตอบคำถามตามลำดับระบบจะสร้าง Persona ให้คุณอัตโนมัติ

Image source

2. วิจัยคำหลัก (Keywords Research)

คำหลักมีผลอย่างมากในการจัดอันดับเว็บไซด์ของคุณบนหน้าแสดงผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา (SERPs) คุณจึงควรทำวิจัยคำหลักเพื่อหาคำหรือวลีที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการค้นหา และการค้นหาจะมีประสิทธิผลเมื่อมีการทำการวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา หรือที่เรียกว่า Search Engine Optimization (SEO) ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีประโยชน์มหาศาลในการทำ Inbound Marketing หน้าเว็บที่ได้รับการจัดอันดับต้น ๆ ในการค้นหาสามารถนำพากลุ่มเป้าหมายให้เข้าชมเว็บไซด์ของคุณและส่งผลให้เกิดโอกาสในการขายอย่างมาก เราได้เคยกล่าวถึง “วิธีเลือกคำหลักที่ทรงพลังเพื่อผลักดัน SEO ให้โดน” ไว้ในบทความก่อนซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการวิจัยคำหลักของคุณด้วย 4 แนวทาง คือ

  • ระดมความคิด
  • เลือกคำหลักอื่นๆ
  • เลือกคำหลักที่ยาก
  • เลือกคำหลักหางยาว

เครื่องมือสำหรับการวิจัยคำหลักเพื่อ SEO ที่มีประสิทธิภาพ อย่างเช่น SEO PowerSuit, SEMrush, หรือ Keyword.io จะช่วยให้คุณกำหนดเป้าหมายและตัดสินใจเลือกคำหลักที่ทรงพลังง่ายขึ้นและได้ผลดี

3. สร้างเนื้อหา (Blog)

การสร้างเนื้อหาบล็อกมีประโยชน์กับธุรกิจของคุณมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณทำการตลาดขาเข้า (Inbound Marketing) Blog เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการดึงดูดผู้เข้าชมให้สนใจและเปลี่ยนใจมาเป็นลูกค้าของคุณ ธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่จำเป็นต้องสร้างฐานข้อมูลที่มีเนื้อหาน่าอ่าน เป็นประโยชน์ และมีคุณค่าที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นและให้ความรู้แก่ลูกค้าหรือผู้ชม และเพื่อการตลาดเนื้อหาที่ประสบความสำเร็จคุณจำเป็นต้องมีการวางเป้าหมายและวางแผนในการสร้างเนื้อหาแต่ละครั้ง และทำให้เนื้อหาของคุณน่าสนใจ น่าบอกต่อ และน่าติดตาม เทคนิคในการสร้างเนื้อหาบล็อกที่จูงใจผู้ชม คือ

  • รู้ความต้องการ/ความสนใจของผู้ชม
  • ใช้สรรพนามที่ให้ความรู้สึกว่าคุณกำลังพูดคุยกับผู้ชม อย่างเช่น “คุณ” แทนที่คำว่า “เขา/พวกเขา”
  • หัวข้อบทความควรกระชับและทำให้สนใจ
  • สร้างเนื้อหาอย่างต่อเนื่องและเป็นประจำ
  • เขียนเรื่องที่คุณสนใจและชอบ เพราะมันจะทำให้คุณเขียนได้ดีและออกมาจากความคิดที่อยากบอกเล่าเรื่องราวที่คุณชื่นชอบแก่ผู้อ่าน
  • ใส่คำหลักสำคัญในเนื้อหาโดยรวมไม่น้อยกว่า 3-5 ครั้งเพื่อ SEO ที่มีประสิทธิภาพ
  • ใส่ลิ้งก์ที่เชื่อถือได้หากมีการอ้างอิงไปยังเว็บอื่น
  • ใส่รูปภาพ วิดีโอ หรือ อินโฟกราฟฟิก ที่ช่วยให้น่าอ่าน น่าติดตาม เข้าใจง่าย เนื้อหาที่มีแต่ตัวอักษรจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกเบื่อได้ง่ายกว่าเนื้อหาที่มีภาพและเสียงประกอบ

การเขียนบล็อกเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่คุณควรวาดภาพ (โครงร่าง) เนื้อหาให้เป็นขั้นเป็นตอนเพื่อพาผู้อ่านไปตามแนวคิดที่คุณนำเสนอโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายก่อนจะถึงจุดหมายปลายทาง เนื้อหาควรมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ทั้งผู้อ่าน/ผู้ชมรวมทั้งธุรกิจของคุณ การสร้างเนื้อหาแต่ละครั้งต้องใช้ความคิด สมาธิ การค้นคว้า และทุนในการสร้าง (เนื้อหาที่เผยแพร่ออกไปบางครั้งอาจมีค่าใช้จ่ายโฆษณาด้วย) ให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อหาของคุณเพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายและวิเคราะห์ผลทุกครั้งเพื่อปรับปรุงวิธีการ/เทคนิคให้เนื้อหามีประสิทธิผลมากขึ้นในครั้งต่อไป หากคุณไม่มีเวลาเขียนบล็อกด้วยตัวเอง Blog Hands เขามีบริการเขียนบล็อก (ภาษาอังกฤษ) ที่ถูกหลัก Keywords และ SEO ช่วยให้คุณประหยัดเวลาเพื่อไปทำงานอย่างอื่นและจำกัดงบการทำเนื้อหาได้ตามเป้าหมาย หากคุณต้องการหาผู้ช่วยในการเขียนบล็อกภาษาไทยเรามีทีมงานที่มีประสบการณ์ทำ Content Marketing ด้วยกระบวนการ Inbound บริการในราคากันเองติดต่อได้ที่ @services ค่ะ

Advertisement

4. เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง Social Media Channels

หลังจากคุณสร้างเนื้อหา/บล็อกแล้วจำเป็นต้องเผยแพร่เนื้อหาของคุณ ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 และ The Internet of Things (IoT) อะไร ๆ ก็อยู่บนมือถือ บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ บนโลกออนไลน์ และการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนหรือครอบครัวก็ผ่านระบบออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ โซเชียลมีเดียจึงเป็นที่รวมของการเชื่อมต่อของผู้คน สำนักข่าว หรือธุรกิจ ทำให้โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งที่ดีในการเผยแพร่เนื้อหาเพราะโอกาสในการเห็น การรับรู้ การแบ่งปันรวมไว้ในที่เดียว

10 กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการยกระดับสื่อสังคมเพื่อดึงดูดใจลูกค้าใหม่ที่คุณควรรู้

1. กระตือรือร้นฟังและมีส่วนร่วมกับบทสนทนาและช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า

2. ส่งเสริมให้เกิดการแนะนำ/บอกต่อ

3. ใช้การประกวด/แข่งขันเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่

4. แนะให้ผู้ชม/ผู้อ่านเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในบล็อกของคุณ

5. ตอบข้อสงสัยทันที

6. ลงโฆษณาในโซเชียลมีเดีย

7. เข้าร่วมกลุ่มในโซเชียลมีเดียและมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มอย่างสม่ำเสมอ

8. สร้างความสัมพันธ์และเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมาย/ลูกค้า

9. เพิ่มรายชื่ออีเมลด้วยข้อเสนอฟรี เช่น ดาวน์โหลดฟรีอีบุ๊ค, ส่วนลด, แจกตัวอย่างสินค้า, ทดลองใช้ฟรี เป็นต้น

10. ให้ความรู้และให้คำปรึกษากับลูกค้า/ผู้สนใจฟรี หรือเปิดให้อ่าน/ชมเนื้อหาฟรีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก เพื่อเปิดโอกาสให้เขารู้จักคุณดีก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์/บริการ

เครื่องมือจัดการและตั้งเวลาโพสต์ในแต่ละโซเชียลมีเดีย อย่าง Elokenz, Crowdfire, Social High Rise, และ NapoleonCat  สามารถช่วยให้คุณตั้งการโพสต์ในเวลาที่เกิดประสิทธิภาพที่สุดและยังแสดงรายงานผลการโพสต์แต่ละครั้งแต่ละแพลตฟอร์มที่คุณสามารถนำไปวิเคราะห์ผลเพื่อปรับปรุงการโพสต์ในครั้งต่อไปด้วยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม 6 เคล็ดลับเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมใน Social Media

5. เพิ่มประสิทธิภาพหน้าเว็บ/หน้าเนื้อหา Web page/content optimization

การเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับโพสต์ที่คุณกำลังเผยแพร่จะช่วยให้เนื้อหา/หน้าเว็บของคุณส่งเสริม SEO ได้เป็นอย่างดี ส่วนสำคัญที่คุณต้องตรวจสอบก่อนเผยแพร่ คือ

  • ใส่คำหลักสำคัญในเนื้อหา
  • ใส่คำหลักสำคัญในหัวข้อ
  • ใส่คำหลักสำคัญในคำอธิบายเนื้อหาของคุณ และมีความยาวประมาณ 20-30 คำ (160 ตัวอักษร) คำอธิบายควรมีความพอดี ไม่ยาวหรือสั้นจนเกินไป
  • ใส่คำหลักสำคัญใน URL ของหน้าเนื้อหาและ URL หน้าเนื้อหาไม่ควรยาวจนเกินไป ควรปรับให้เป็นแบบย่อและสั้นและมีคำหลักสำคัญอยู่ด้วย

เครื่องมือช่วยให้เว็บไซด์ของคุณดูมีสีสรรชวนคลิกและปรับแต่งได้ตามพฤติกรรมผู้ใช้ อย่าง Good Audience สามารถช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บไซด์ชื่นชอบและอยากรู้จักผลิตภัณฑ์/บริการของคุณมากขึ้น

Reveal- Animated logo (1)
Advertisement: Reveal is a tool that helps advertisers maximize ROI on their Facebook Ads.

ก่อนปิดหน้านี้

มีหลายวิธีในการโปรโมทธุรกิจของคุณบนโลกออนไลน์และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายด้วยแผนการตลาดขาเข้า ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมทผ่านโซเชียลมีเดียหรือผ่านเครื่องมือค้นหาอย่าง Google Adwords แต่สิ่งที่ควรตระหนักคือประสบการณ์ของผู้ใช้/ผู้อ่าน/ผู้ชมของคุณ

Inbound Marketing เป็นการตลาดที่เปิดให้ลูกค้าเป็นผู้เลือกชมโฆษณาหรือเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์/บริการโดยไม่ยัดเยียดนำเสนอ ต่างกับการตลาดแบบดั้งเดิม (Traditional Marketing) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า การตลาดขาออก (Outbound Marketing) ที่นำโฆษณามาให้ชมโดยที่เราอาจไม่สนใจ

หลักของการตลาดขาเข้าเริ่มจากการสร้างแรงจูงใจ (Attract) เพื่อดึงคนแปลกหน้าหรือผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าให้เข้ามารู้จักคุณมากขึ้นผ่านกระบวนการสร้างการตลาดเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพและการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย เมื่อพวกเขายินดีเข้าชมเนื้อหาของคุณบนหน้าเว็บพวกเขาได้ถูกเปลี่ยนจากคนแปลกหน้าเป็นผู้เยี่ยมเยียน คุณจะแปลง (Convert) พวกเขาให้เป็นลูกค้าได้อย่างไรและมีเทคนิคอะไรบ้างที่จะเปลี่ยนคนเหล่านี้ให้ตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์/บริการของคุณ ติดตามตอนต่อไปค่ะ

อ่านย้อนหลัง วิธีเพิ่มยอดขายง่าย ๆ ด้วยการตลาดขาเข้า Inbound Marketing

ตอนที่ 1 What is Inbound Marketing

Advertisement
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s