Content Marketing 101: การตลาดเนื้อหาสร้างรายได้ให้ธุรกิจจริงหรือ ตอนที่ 1 ทำไมต้องเผยแพร่เนื้อหา

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีงบประมาณในการทุ่มโฆษณาไม่มากนักคุณจำเป็นต้องศึกษาเทคนิคในการสร้างเนื้อหาที่ช่วยให้แผนการตลาดของคุณประสบความสำเร็จโดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และวิธีการนั้นก็ต้องอาศัยกระบวนการของ “การตลาดเนื้อหา” หรือ Content Marketing ที่ประกอบด้วยกลยุทธ์ (Strategy) และเคล็ดลับ (Tips) ในการทำให้เนื้อหาของคุณถูกค้นพบ, น่าสนใจ, อยากอ่าน, อยากติดตาม, และอยากซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการในที่สุด

คงไม่ต้องพูดถึงความหมายของ Content Marketing กันแล้วเพราะคุณคงได้อ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วที่ได้พูดถึง ความหมาย, วงจรการซื้อ, ประเภทเนื้อหา และขั้นตอนการสร้างเนื้อหา

ทำไมต้องเผยแพร่เนื้อหา

เหตุผลหลักที่คุณเผยแพร่เนื้อหาก็เพื่อต้องการดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาอ่านในเว็บไซด์ของคุณ ผู้คนเหล่านั้นคือ กลุ่มเป้าหมาย ที่มีแนวโน้มจะซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ การทำเนื้อหาเพื่อสร้างรายได้ให้ธุรกิจจึงต้องมีกลยุทธ์การตลาดเพื่อทำให้เนื้อหาที่เผยแพร่ออกไปมีผลลัพธ์เกิดขึ้นตามหลักของ Inbound Marketing การตลาดขาเข้าที่ใช้เนื้อหาเป็นตัวดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย (Attract), แปลงเป็นผู้คาดหวัง (Convert), เปลี่ยนเป็นลูกค้า (Close), และทำให้ชื่นชอบ (Delight)

แต่ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือ ผู้คนส่วนใหญ่ที่แวะมาอ่านเนื้อหาในเว็บไซด์ของคุณมีจำนวนน้อยที่พร้อมจะซื้อทันที ใช่แล้วล่ะ ทำใจซะ ผู้คนส่วนใหญ่จะไม่ซื้อในครั้งแรกและที่แย่กว่านั้น คือ พวกเขาเปรียบเทียบกับคู่แข่งของคุณ

สถิติด้านล่างช่วยทำให้คุณเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับช่องทางการขายด้วยการตลาดเนื้่อหาที่แบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ รู้จัก (Know), ชอบ (Like), ไว้ใจ (Trust) และแต่ละช่วงได้บอกเราว่า

  • 75% ต้องการหาข้อมูล – พวกเขารู้จักคุณ (Know)
  • 23% กำลังเปรียบเทียบ – พวกเขาชอบคุณ (Like)
  • 2% พร้อมซื้อ – พวกเขาไว้ใจและซื้อ (Trust)

Image Source

ข้อมูลบอกอะไรเราเกี่ยวกับการเผยแพร่เนื้อหา

คุณรู้หรือไม่ว่ามีจำนวนเนื้อหามากมายแค่ไหนที่พวกเราเสพในแต่ละวินาที, นาที, วัน, และคืน เราเสพเนื้อหากันมากมายนับแต่ตื่นนอนจนเข้านอนโดยเฉพาะบนโลกโซเชียลมีเดียเนื้อหามีการไลค์และแชร์ทุกวินาที

  • ในเวลาหนึ่งนาทีผู้ใช้ Facebook กดไลค์โพสต์มากกว่า 4 ล้านครั้ง, ผู้ใช้ Instagram กดไลค์โพสต์มากกว่า 2 ล้านครั้ง, ผู้ใช้ Twitter ทวิตมากกว่า 3 แสนครั้ง, และวิดีโออัพโหลดบน YouTube มากถึง 300 ชั่วโมง
  • ในเวลา 60 วินาทีมีการส่งข้อความบนมือถือมากกว่า 3 ล้านข้อความ, และ Google แปลคำมากกว่า 69 ล้านคำ

Image Source

  • ในหนึ่งวันมีการเขียนบล็อกโพสต์มากกว่า 3 ล้านบทความ ยัง ๆ ตัวเลขที่แคปหน้าจอมาเป็นเพียงจำนวนบล็อกที่ถูกเขียน ณ ขณะนั้น ตัวเลขมันวิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว ไม่เชื่อก็คลิกเข้าไปดูเองแล้วใจคุณอาจแทบฝ่อก็เป็นได้ ลองนึกดูว่าหากวันนี้คุณเขียนบล็อกแล้วโพสต์ลงเว็บไซด์ของคุณมีคนเขียนบล็อกแล้วกี่คน จริงอยู่ว่าเรื่องราวอาจต่างกัน แต่แน่นอนว่าจำนวนสามล้านกว่าเรื่องในหนึ่งวันผู้เสพเขามีโอกาสเลือกอ่านมากแค่ไหน โดยเฉพาะในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดนคนทั่วโลกสามารถเข้ามาอ่านบล็อกของเราและเราก็สามารถเข้าไปอ่านบล็อกของเขาที่เผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต, โซเชียลมีเดีย และอีกหลายช่องทาง

*ตัวเลขนี้คำนวณจากจำนวนบล็อกโพสต์ใน WordPress.com เท่านั้น

Image Source

ต้องเขียนบล็อกเท่าไหร่ถึงจะเห็นการเติบโต

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเราต้องเขียนบล็อกกี่เรื่องกว่าจะเห็นยอดวิวหรือทราฟฟิค จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญบอกว่า คุณต้องเขียนบล็อกอย่างน้อย 12-18 เดือนจึงจะสามารถประเมินประสิทธิภาพของบล็อกในการดึงดูดการเข้าชมเว็บไซด์และแปลงโอกาสในการขาย

ตอนนี้เรามาดูกันว่าสถิติล่าสุดบอกอะไรเราบ้างเกี่ยวกับการเขียนบล็อกที่คุณควรรู้ (เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจ)

  • จำนวนคำเฉลี่ยของเนื้อหาที่มีการจัดอันดับสูงสุดใน Google อยู่ระหว่าง 1,140-1285 คำ (แหล่งที่มา: SearchMetrics)
  • บทความโพสต์ในเชิงลึกที่ยาวขึ้นจะสร้างโอกาสในการขายมากกว่า 9 เท่าและมากกว่าโฆษณาสั้น (ที่มา: Curata)
  • 16% ของนักการตลาดจัดระบบเนื้อหาประจำวัน, 48% อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง (Curata)

OrbitMedia ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Content Marketing และรวบรวมสถิติที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับนักการตลาดเนื้อหา (Content Marketer) ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจขนาดไหน จะเป็นองค์กร B2B หรือ B2C สถิติและความคิดเห็นเหล่านี้น่าจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของการทำ Content Marketing และการเขียน Blog ที่จะช่วยขับเคลื่อน Traffic มายังเว็บไซด์เพื่อเพิ่ม ROI ได้เป็นอย่างดี ลองมาดูบางส่วนที่น่าสนใจกันดีกว่า

การเขียนบล็อกโพสต์แต่ละเรื่องใช้เวลาเท่าไหร่?

  • บล็อกเกอร์ใช้เวลาในการเขียนแต่ละบทความโดยเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 20 นาที และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในเปอร์เซ็นต์ของบล็อกเกอร์ที่ใช้เวลา 6 ชั่วโมงในโพสต์ทั่วไป
  • 49% ของบล็อกเกอร์ที่ใช้เวลา 6 ชั่วโมงในแต่ละบทความรายงานว่าได้รับ “ผลลัพธ์ที่แข็งแกร่ง” จากการเขียนบล็อก (การลงทุนเวลาสร้างเนื้อหาคุณภาพทำให้พวกเขาเห็นผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด)

EXPERT INSIGHT: ANN HANDLEY, MARKETINGPROFS กล่าวว่า

“ธีมใหญ่ ๆ ที่นี่มีสองแบบ หนึ่ง: เรื่องที่มีคุณภาพ และสอง: เราไม่จำเป็นต้องมีเนื้อหามากนัก เราต้องการเนื้อหาที่เกี่ยวข้องมากขึ้น การเขียนที่ดีต้องใช้เวลา การสร้างความเกี่ยวข้องกับผู้ชมของคุณต้องใช้เวลา เนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจต้องใช้เวลา”

บล็อกเกอร์เผยแพร่บ่อยแค่ไหน?

จากผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าบล็อกเกอร์ใช้เวลาในการเขียนมากขึ้นในแต่ละโพสต์ทำให้ความถี่ในการเผยแพร่ลดลง สำหรับแบรนด์การเพิ่มความถี่คงไม่ยากเพราะมีบล็อกเกอร์หลายคนแต่สำหรับบล็อกเกอร์ที่เขียนบล็อกส่วนตัวจะมีความถี่ในการเผยแพร่ลดลง

  • ประมาณ 85% ของบล็อกเกอร์เผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ
  • ความถี่ในการเผยแพร่สำหรับบล็อกเกอร์แต่ละคนลดลง คำตอบที่พบบ่อยคือ “หลายครั้งต่อเดือน” โดยไม่ระบุชัดเจนว่ากี่ครั้งต่อวัน หรือกี่ครั้งต่อเดือน

EXPERT INSIGHT: GINI DIETRICH, SPINSUCKS.COM กล่าวว่า

“เนื้อหารูปแบบยาวกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจาก 11 ปีในการเขียนบล็อกฉันสามารถรับรองว่าเนื้อหาในแบบยาว, สมาร์ท SEO, และความสม่ำเสมอเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ การค้นพบที่สำคัญเหล่านี้สนับสนุนเรื่องนี้อย่างแน่นอน”

บล็อกเกอร์เขียนที่ไหนและเมื่อไหร่?

จากรายงานสำรวจพบว่างานเขียนเป็นงานที่ทำที่ไหนก็ได้ เวลาไหนก็ได้ เพราะการเขียนเกิดขึ้นตลอดเวลาในทุกที่

  • นักเขียนบล็อกทำงานได้ทุกที่และทุกเวลา
  • 4 ใน 5 บล็อกเกอร์ใช้เวลาทำงานที่บ้าน
  • 1 ใน 3 บล็อกเกอร์ทำงานในเวลากลางคืนและวันหยุดสุดสัปดาห์

EXPERT INSIGHT: HEIDI COHEN, ACTIONABLE MARKETING GUIDE กล่าวว่า

“บล็อกมีการพัฒนาสู่ธุรกิจที่จริงจังและเป็นธุรกิจที่สร้างสรรค์ด้วย หนึ่งในห้าของผู้ตอบแบบสอบถามสร้างเนื้อหาในร้านกาแฟ พวกเขากระตือรือร้นแสวงหาสภาพแวดล้อมเพื่อประโยชน์ของความคิดสร้างสรรค์ หนึ่งในสามบล็อกในตอนเช้า พวกเขาใช้เวลาที่เงียบสงบนี้สำหรับความคิดสร้างสรรค์

แม้ว่าเราต้องการให้งานเขียนบล็อกของเราเสร็จสิ้นก่อนค่ำเราก็ยังมีงานมากกว่าที่เราจะสามารถจัดการได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเรากำลังสร้างเนื้อหา 10X ส่วนตัวฉันใช้ช่วงเช้าเพื่อการพัฒนาเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์และพยายามปล่อยให้มันข้ามคืนก่อนที่จะแก้ไขขัดเกลาในวันรุ่งขึ้น”

โพสต์บล็อกทั่วไปของคุณยาวเท่าใด?

จากผลสำรวจพบว่าไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับความยาวที่เหมาะสำหรับเนื้อหา แต่แบบสำรวจบอกเราว่ามีความยาวเฉลี่ยเท่าไร? รายงานแสดงให้เราเห็นว่าขณะที่บล็อกเกอร์สองสามคนกำลังเขียนบทความสั้น ๆ มีการเพิ่มขึ้นอย่างมากในเปอร์เซ็นต์ของบล็อกเกอร์ที่เขียนบทความยาว ๆ

  • โพสต์บล็อกเฉลี่ยคือ 1142 คำมากกว่าโพสต์เฉลี่ยประมาณ 41% เมื่อสามปีที่แล้ว
  • ครึ่งหนึ่งเป็นบล็อกเกอร์จำนวนมากกำลังเขียนเรื่องสั้น (<500 คำโพสต์)
  • หกเท่าของหลายบล็อกเกอร์กำลังเขียนเรื่องยาว (2000 + คำโพสต์)
  • ความแตกต่างเป็นอย่างมากคือ ผู้เขียนบล็อกที่เขียนโพสต์ยาวมีโอกาสเป็นสองเท่าที่จะได้รับรายงานผลลัพธ์ที่แข็งแกร่ง

ข้อมูลไม่ได้บอกว่าโพสต์ที่ยาวดีกว่าเสมอไป แต่แสดงให้เห็นว่าการลงทุนมีความสัมพันธ์กับ ROI ที่สูงขึ้น นักเขียนบล็อกจะเข้าสู่หัวข้อเรื่องมากขึ้น ตอบคำถามจากทุกมุม และพยายามอย่างจริงใจในการสร้างหน้าเว็บที่ดีที่สุดสำหรับหัวข้อนั้น

EXPERT INSIGHT: JOE PULIZZI, CONTENT MARKETING INSTITUTE กล่าวว่า

“วันนี้โพสต์ของเรากำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นโดยมีคำเกือบ 3000 คำ ไม่จำเป็นว่ายาวกว่าจะดีกว่า แต่งานของเราคือการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์และครบถ้วนแก่ผู้ชมของเรา ไม่สำคัญว่าบทความเหล่านี้จะนำเราไปสู่จุดหมาย แต่แนวโน้มก็ยังคงเป็นคำที่มากขึ้นในแต่ละโพสต์ วันนี้คุณไม่สามารถจะพลาดแม้แต่หนึ่งบทความถ้าคุณต้องการให้ผู้ชมของคุณภักดีและมีส่วนร่วม”

ข้อสรุปจากผลการสำรวจทั้งหมดของ OrbitMedia ที่เป็นประโยชน์

  • โพสต์บล็อกเฉลี่ยใช้เวลาเขียน 3 ชั่วโมง 20 นาที
  • บล็อกเกอร์เผยแพร่หลายครั้งต่อเดือน
  • 52% ของบล็อกเกอร์ใช้บรรณาธิการ
  • 81% ของบล็อกเกอร์เขียนที่บ้านหรือที่โฮมออฟฟิศ
  • 61% บล็อกในช่วงเวลาทำการ
  • 1142 คำเป็นความยาวเฉลี่ยของโพสต์บล็อกทั่วไป
  • 30% ใช้หลากหลายรูปภาพเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
  • 2 ใน 3 ของบล็อกเกอร์เป็น Guest posting อย่างน้อยบางครั้ง
  • 55% ของบล็อกเกอร์อัปเดตบทความอย่างน้อยบางครั้ง
  • 20% ของบล็อกเกอร์กำลังโปรโมทแบบชำระเงิน
  • 32% ของบล็อกเกอร์คอยตรวจสอบการวิเคราะห์อยู่เสมอ
  • 30% ของบล็อกเกอร์รายงานว่าได้รับ “ผลลัพธ์ที่แข็งแกร่ง” จากการเขียนบล็อก

เผยแพร่เนื้อหาที่ไหนและเวลาใดเหมาะสม

การเผยแพร่เนื้อหาที่ไหนและเวลาไหนที่เหมาะสมที่สุดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของแต่ละเนื้อหา คุณสามารถเผยแพร่เนื้อหาใน 3 ช่องทาง คือ

  1. บนเว็บไซด์ในรูปแบบของบล็อกโพสต์
  2. บนโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook Twitter Instagram และโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มอื่น ๆ
  3. ช่องทางอีเมล

ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มที่คุณเผยแพร่เนื้อหาจะมีวันเวลาที่เหมาะสมต่างกัน Kissmetrics ได้ทำภาพ Infographics ของเวลาที่ดีในการเผยแพร่เนื้อหาบนแต่ละแพลตฟอร์มพร้อมสถิติไว้อย่างน่าสนใจ

นักการตลาด B2C เผยแพร่เนื้อหาของพวกเขาผ่านช่องทาง 3 อันดับแรก ได้แก่ :

  1. แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (89%)
  2. อีเมล (86%)
  3. บล็อก (70%)

และผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าช่องทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 3 อันดับแรก คือ อีเมล (72%) โซเชียลมีเดีย (61%) และบล็อก (47%)

ส่วนนักการตลาด B2B เผยแพร่เนื้อหาของพวกเขาผ่านช่องทาง 3 อันดับแรก ได้แก่:

  1. อีเมล (93%)
  2. แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (92%)
  3. บล็อก (79%)

และผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าช่องทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อีเมล (74%) บล็อก (45%) และโซเชียลมีเดีย (40%)

ข้อมูลเหล่านี้อาจเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่โดยรวมแล้วสามารถนำมาเป็นแนวทางได้บ้างกับกลุ่มเป้าหมายในประเทศอื่น ๆ วิธีที่ดีที่สุด คือ ให้คุณทดสอบด้วยการโพสต์ในวันและเวลาที่แตกต่างกันของแต่ละช่องทางเพื่อหาวัน เวลา ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ทำวิจัยว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน เวลาใด และเก็บรายงานไว้เป็นไกด์สำหรับการเผยแพร่ในครั้งต่อไปนะคะ

ก่อนปิดหน้านี้

ความท้าทายของนักการตลาดเนื้อหามีมากกว่าที่คิดไม่ว่าคุณจะอยู่ในสาขานี้มานานแค่ไหนก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามกระแสการใช้งานของผู้บริโภคและติดตามข่าวสารใหม่ ๆ

พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์หาโซลูชันที่เหมาะสมในการเผยแพร่เนื้อหาของคุณ เนื้อหาคุณภาพ 1 เรื่องมีค่ามากกว่าเนื้อหาสั้น ๆ ที่เผยแพร่วันละหลาย ๆ เรื่องโดยไม่คำนึงถึงกลยุทธ์การตลาดเนื้อหา (Content Marketing Strategy) อย่าลืมว่าผู้ชมเขาต้องการประโยชน์จากเวลาที่เสียไป หากเขาพบว่าเว็บไซด์ของคุณสร้างเนื้อหาที่ไม่มีคุณค่าพวกเขาจะจากคุณไปทีละคนสองคน สิ่งที่คุณต้องการมากกว่ายอดไลค์ ยอดแชร์ คือ การมีส่วนร่วมที่แท้จริง (Organic engagement) เพราะคนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่สนใจอยากซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ

แล้วคุณควรทำอย่างไรที่จะให้เนื้อหาของคุณคลิกและโดนใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เนื้อหาของคุณจะทำให้พวกเขาอยากลอง อยากใช้ และยอมจ่ายตังค์ได้จริงหรือ ติดตามตอนต่อไปค่ะ

Advertisements

3 thoughts on “Content Marketing 101: การตลาดเนื้อหาสร้างรายได้ให้ธุรกิจจริงหรือ ตอนที่ 1 ทำไมต้องเผยแพร่เนื้อหา

  1. เราจะเช็คได้จากตรงไหนคะ ว่าวันนี้ wordpress มีบทความที่เขียนทั้งหมดกี่เรื่อง ขอบคุณสำหรับตัวเลขสถิติที่ช่วยให้รุสึกดีขึ้น เพราะตอนนี้อยู่โหมดขึ้เกียจอัพบล็อก เลยได้รุว่า ค่าเฉลี่ยของเราปกติคือ เขียนบทความนึงเป็นชม. เคยสงสัยว่า คนอื่นใช้เวลานานแบบนี้ไหม ตอนนี้กลายเป็นเวลาที่นานขึ้นช่วยให้บล็อกเกอร์ได้กลั่นกรองข้อเขียนให้มีคุณภาพขึึ้น แบบนี้ค่อยมีแรงเขียนต่อหน่อย พักหลังรุสึกว่ากว่าจะเขียนจบแต่ละเรื่องเริ่มใช้เวลานานขึ้นๆ จนบางทีนึกสงสัยตัวเองว่า สกิลการเขียนทำไมไม่ดีขึ้นเลย ฮา………. ขอบคุณนะคะ

    Liked by 1 person

    1. คุณสามารถคลิกที่คำว่า Image Source ค่ะ หรือที่ http://www.worldometers.info/blogs/ เวลาที่ดีที่สุดช่วงหลังบ่าย 3 โมงบ้านเรานะคะ

      ส่วนตัวแล้วก็ใช้เวลาเขียนหลายวันอยู่ค่ะ ขึ้นกับหัวข้อด้วยบางทีขี้เกียจ ๆ ก็เกือบสัปดาห์กว่าจะเขียนเสร็จ ฮา….. รออ่านตอนต่อไปจะมาเล่าให้ฟังแนวการสร้างเนื้อหานะคะ ขอบคุณค่า

      Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s