Content Marketing 101: การตลาดเนื้อหาสร้างรายได้ให้ธุรกิจจริงหรือ ตอนที่ 4 สร้างประสบการณ์ที่ดีของเนื้อหา

ประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของแคมเปญการตลาดเนื้อหา การออกแบบประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล การสื่อสารกับผู้ใช้ด้วยเนื้อหาจำเป็นต้องมีคุณภาพในการติดต่อซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวในการทำตลาดแบบสนทนา การสื่อสารบนเว็บไซด์ไม่เหมือนการสื่อสารกับผู้ใช้ผ่านช่องทางสื่อดิจิทัลและ Social Media ที่ไม่ใช่การสนทนากับผู้ใช้อย่างถาวร การสื่อสารกับผู้ใช้งานผ่านเนื้อหาบนเว็บไซด์ของคุณจึงต้องเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ที่ให้ประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้และทำให้พวกเขาอยากกลับมาอีก

หากผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีพวกเขาจะแนะนำแบรนด์และกลับมาใช้ใหม่ การออกแบบกับประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ดีจึงเป็นรากฐานสำคัญที่จะสร้างความภักดีของลูกค้าและเสริมความสำเร็จอย่างยั่งยืนของแบรนด์

เนื้อหาสำคัญอย่างไรกับประสบการณ์ผู้ใช้

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า User Experience (UX) หมายถึงการออกแบบภาพ การเขียนโปรแกรม front-end การออกแบบ interface หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคนิค แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้เชี่ยวชาญด้านประสบการณ์ผู้ใช้กำหนดความหมายของ UX คือ ปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ต่อผลิตภัณฑ์ บริการ หรือบริษัทในทุก ๆ ด้านที่สร้างสรรค์การรับรู้ของผู้ใช้โดยรวม

หลายคนลืมไปว่าเนื้อหาในเว็บเป็นส่วนสำคัญหลักของประสบการณ์ผู้ใช้เช่นกัน Peter Morville ได้เริ่มฝึกฝนเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมข้อมูล (Information architecture) ตั้งแต่ปี 1994 และได้พบแผนภาพวงกลมสามวงที่ช่วยอธิบายได้อย่างดีเยี่ยมเกี่ยวกับวิธีการและเหตุผลที่ธุรกิจต้องสร้างความสมดุลเฉพาะในแต่ละโครงการระหว่าง เป้าหมายทางธุรกิจกับบริบท ความต้องการกับพฤติกรรมของผู้ใช้ และเนื้อหา

Image Source

นอกจากนี้เขายังได้ค้นพบ User Experience Honeycomb (ประสบการณ์ผู้ใช้แบบรังผึ้ง) และได้อธิบายถึง 7 แง่มุมของประสบการณ์ผู้ใช้ คือ useful, desirable, accessible, credible, findable, usable, และ valuable ไว้อย่างน่าสนใจ

Image Source

ส่วนมากแล้วการสื่อสารหรือสนทนากับผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพต้องประกอบไปด้วยแง่มุมเหล่านี้ คือ

  • มีประโยชน์ (Userful) สมมติว่าคุณเปิดร้านขายเครื่องแต่งกายบุรุษและสตรี คุณจัดวางหมวดหมู่สินค้าอย่างไร? สินค้าของคุณมีรายละเอียดการใช้หรือป้ายบอกวิธีดูแลรักษาหรือไม่? มีหุ่นโชว์ที่นำเครื่องแต่งกายมาผสมผสานกันให้ดูน่ารัก น่าเหมาซื้อทุกชิ้น และเป็นคอลเลคชั่นเดียวกันหรือไม่?
  • ใช้ได้ (Useable) มีการวางสินค้าที่เกี่ยวข้องกันไว้ในจุดที่ใกล้กันหรือไม่ อย่างเช่น รองเท้าวางใกล้กางเกง หรือหมวกวางใกล้แว่นตาและนาฬิกา สีสันของชั้นวางดูทึบไปหรือสว่างเกินไปทำให้ลดความโดดเด่นของสินค้าหรือไม่? สินค้าจัดวางเป็นระเบียบหรือไม่? มีป้ายบอกหมวดหมู่ชัดเจนหรือไม่?
  • ค้นหาได้ (Findable) หากลูกค้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือชมสินค้าเพิ่มเติมจะสามารถค้นหาได้ง่ายหรือไม่?
  • น่าเชื่อถือ (Credible) มีข้อมูลรับรองสินค้า ตราสินค้า กฎเกณฑ์การรับคืนสินค้าแจ้งไว้อย่างละเอียดที่ลูกค้าสามารถอ่านได้ง่ายหรือไม่

และเนื้อหาจึงเป็นสิ่งที่ถูกนำมาเติมเต็มในการเชื่อมต่อแง่มุมเหล่านี้ เนื้อหาของคุณต้องให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เนื้อหาต้องนำทางให้ผู้ใช้ไปยังจุดที่พวกเขาค้นหาคำตอบ เนื้อหาต้องตอบโจทย์ปัญหาของผู้ใช้ เนื้อหาต้องเป็นความจริงและเชื่อถือได้ เนื้อหาไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตัวอักษร เนื้อหาอาจเป็นวิดีโอ, รูปภาพ, อินโฟกราฟฟิก, คำอธิบายผลิตภัณฑ์, ประวัติบริษัท และอื่น ๆ อีกมากมาย เนื้อหา คือ การสนทนา, การแสดงให้เห็น, และการสื่อสาร

วิธีที่ดีที่สุด คือ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” ลองนึกดูว่าหากคุณเป็นผู้ใช้/ลูกค้า คุณจะต้องการคำตอบอะไรบ้าง คุณต้องการข้อมูลอะไรบ้าง คุณสามารถนำมันไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่และอย่างไร เนื้อหาอ่านง่ายเข้าใจง่ายหรือไม่?

เนื้อหาของคุณควรมีความแตกต่าง เชื่อถือได้ มีประโยชน์และตอบปัญหาของพวกเขาหากคุณต้องการให้ผู้ใช้/ผู้อ่านจดจำคุณและติดตามคุณต่อไป เมื่อคุณเข้าใจถึงการเดินทางของผู้ซื้อ (Buyer’s journey)  คุณจะเข้าใจมากขึ้นในการวัดผลและปรับปรุง การออกแบบเว็บไซด์ของคุณเพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้

สำรวจความต้องการของผู้ใช้

การออกแบบ UX (User Experience Design) ไม่ใช่เรื่องของเอฟเฟ็กต์หรือโครงสร้างและมาตรฐานของภาพเท่านั้น การออกแบบ UX ที่ดีขึ้นกับเนื้อหาที่นำเสนอ ภาพโครงสร้างโดยรวมของแบรนด์และเป้าหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย

การวัดผลจากประสบการณ์ส่วนตัวเป็นสิ่งที่ยากมากและอาจเกิดความผิดพลาดได้เนื่องจากพฤติกรรมผู้ใช้และเทคโนโลยีมีการเปลีี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การสำรวจเพื่อหาความต้องการของผู้ใช้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อช่วยให้นักออกแบบและนักสร้างเนื้อหาเข้าใจว่าผู้ใช้เขาต้องการอะไร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีอะไรเป็นแรงจูงใจ และอะไรที่ทำให้เกิดการตอบสนองที่ดี

Higher survey completion rate banner for Affiliate Program

สร้างศูนย์กลางเนื้อหา (Content Hub)

เมื่อคุณรู้ความต้องการของผู้ใช้แล้วคุณก็สามารถวางกลยุทธ์เนื่้อหาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น การเผยแพร่เนื้อหาเป็นประจำจะช่วยเพิ่มการมองเห็นของเครื่องมือค้นหาและการสร้างผู้ชม แต่หากคุณเผยแพร่เนื้อหาอย่างสม่ำเสมอก็แล้ว สร้างเนื้อหาที่ถูกต้องตามหลัก SEO ก็แล้ว แต่บล็อกของคุณยังไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างและการออกแบบที่ช่วยให้น่าอ่าน เข้าถึงง่าย มีสีสรรและทันสมัย คุณกำลังสร้างบล็อกที่น่าเบื่อในรูปแบบเดิม ๆ ที่ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเร้าใจเลยล่ะ อย่าลืมว่า UX มีส่วนสำคัญในการช่วยให้เนื้อหาของคุณได้รับการจัดอันดับในการค้นหา หากผู้ใช้/ผู้อ่านไม่รู้สึกตื่นเต้นกับการออกแบบและโครงสร้างก็เรียบง่ายเหมือนบล็อกทั่วไปแบบซ้ำ ๆ จำเจพวกเขาจะหมดอารมณ์ตื่นเต้นตั้งแต่คลิ๊กเข้าไปหน้าเว็บคุณแล้วล่ะ

ตัวอย่างด้านล่างเป็นรูปแบบโครงสร้างบล็อกทั่วไปที่เราเห็นกันจนชินตา คุณคิดว่ามันดูน่าตื่นเต้นไหม?

Image Source

ด้วยความที่บล็อกแบบเรียบง่าย ทั่วไป Basic Design มันดูเรียบ ๆ ไม่ชวนตื่นเต้น ธุรกิจที่ต้องการกระตุ้นและจูงใจผู้ใช้จึงควรสร้าง Content Hub เพื่อเป็นศูนย์กลางเนื้อหาและช่วยส่งเสริมเนื้อหาสำคัญที่มีอยู่ให้ได้รับการจัดแสดงในที่เดียวกัน

Content Hub คืออะไร?

Content Hub คือ ศูนย์กลางเนื้อหาที่รวบรวมเนื้อหาของคุณทั้งหมด เป็นห้องสมุดดิจิทัลรวมเนื้อหาและมีเดียต่าง ๆ ของคุณไว้ในที่เดียวกันที่ช่วยให้คุณสามารถวางกลยุทธ์การตลาดเนื้อหาเพื่อใช้ประโยชน์และมอบประสบการณ์ด้านเนื้อหาที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ใช้

Content Hub ช่วยให้เว็บไซด์ของคุณมีอะไรให้ผู้ชมได้ดู ได้ฟัง ได้อ่าน ได้ค้นหา หาข้อมูลได้ในที่เดียว ช่วยเพิ่มสีสรร ความสนุก และช่วยนำทางให้ผู้ใช้ของคุณค้นพบสิ่งที่พวกเขามองหาได้เร็วขึ้น

ตัวอย่างการออกแบบเว็บไซด์ศูนย์กลางเนื้อหาที่ให้ประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้

Good Audience ผู้ให้บริการด้านการตลาดโซเชียลมีเดียที่ช่วยให้ธุรกิจกว่าสามพันแห่งเติบโตด้วยบริการหลากหลาย เช่น สร้างเนื้อหา เพิ่มการเติบโตของผู้ชม สร้างการเติบโตของแบรนด์ และอีกมากมาย หากคุณเข้าชมเว็บไซด์ของเขาและไล่ลงไปด้านล่างจะเห็นว่าเขาได้ใส่วิดีโอข่าวของธุรกิจไว้ด้วยที่คุณสามารถคลิกชมได้เลยทันที นอกจากวิดีโอแล้วเขายังใส่ตัวอย่างการสร้างเนื้อหาในโซเชียลมีเดียและรายชื่อลูกค้าที่วางใจบริการ รวมทั้งราคาแพ็คเกจไว้ในหน้าเดียวทำให้ง่ายต่อการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

อีกตัวอย่างของ Content Hub ที่ให้ประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้

AirBus เป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ มีข้อมูลมากมายในรูปแบบข้อมูลข่าวสารของบริษัทและแกลเลอรีภาพ บล็อก เอกสารขาว และอื่น ๆ อีกมากมายที่่ง่ายต่อการค้นหาและชวนอ่านด้วยรูปภาพอินเตอร์แอคทีฟ

ตัวอย่างของ Content Hub แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในทุกอุตสาหกรรมสามารถรวมกลยุทธ์การตลาดเนื้อหาอัจฉริยะกับการออกแบบเว็บ สร้างแรงบันดาลใจและสร้างสรรค์เพื่อตอบสนองความต้องการและความท้าทายของกลุ่มเป้าหมายของพวกเขาได้อย่างไร

วิธีสร้าง Content Hub

ศูนย์กลางเนื้อหาเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า สร้างโอกาสในการขาย และ การแสดงความเป็นผู้นำเสนอความคิดและเชื่อถือได้ของแบรนด์ ก่อนออกแบบหน้าตาของ Content Hub คุณควรวางกลยุทธ์เนื้อหาและสำรวจความต้องการของผู้ใช้

สร้าง Content Hub ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?

1. กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของ Hub ก็เหมือนกับการวางกลยุทธ์การตลาดเนื้อหา พิจารณาว่าคุณต้องการนำเสนออะไรแก่ผู้ใช้และเป้าหมายที่นำเสนอเพื่ออะไร และผู้ใช้ต้องการอะไร คุณควรวางแผนร่วมกับฝ่ายขายเพื่อทราบความต้องการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

2. ออกแบบศูนย์กลางภาพและวิดีโอ

ใส่วิดีโอและรูปภาพใน Hub ให้เป็นหมวดหมู่ วิดีโอเกี่ยวกับข่าวของบริษัท วิดีโออธิบายการใช้งานผลิตภัณฑ์ รูปภาพประกอบของเนื้อหานั้น ๆ ที่ชวนให้น่าอ่าน ตรวจสอบว่าภาพและเสียงคมชัดและโหลดเร็ว

3. การทำแผนที่เนื้อหา

กำหนดว่าเนื้อหาประเภทไหนควรวางตำแหน่งใดที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่าย เรื่องที่เกี่ยวข้องกันควรวางใกล้กัน พิจารณาลิ้งก์ว่าใช้งานได้ดีและนำผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บที่ถูกต้องตามเป้าหมาย ประเมินผลว่าเนื้อหาประเภทไหนที่ผู้ใช้ชอบและอ่านมากที่สุดให้นำมาใส่ไว้ในหน้า Hub

4. วางแผนเนื้อหา

วางกลยุทธ์เนื้อหาที่จะสร้างเพื่อนำมาใส่ในหน้า Hub คุณอาจสร้างปฏฺิทินบรรณาธิการ (Edittorial Calendar) เพื่อกำหนดเวลาในการร่างเนื้อหา ตรวจสอบแก้ไข และเผยแพร่เนื้อหา

5. ใช้เครื่องมือช่วยตั้งเวลาการเผยแพร่เนื้อหา

เครื่องมือช่วยกำหนดเวลาเผยแพร่เนื้อหา อย่างเช่น Buffer, Hootsuite, Crowdfire, Elokenz, Social High Rise, และ Unless สามารถช่วยให้คุณทำงานอื่น ๆ ต่อได้หลังจากเนื้อหาพร้อมเผยแพร่ก่อนเวลาที่เหมาะสม เครื่องมือเหล่านี้จะมีฟังก์ชั่นที่ช่วยจัดเวลาโพสต์อัตโนมัติให้คุณในเวลาที่เหมาะสมที่สุดของแต่ละ Social media platform

ก่อนปิดหน้านี้

เมื่อคุณสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้พวกเขาจะกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่าและติดตามคุณต่อไป การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ มีคุณค่า มีประโยชน์ อ่านง่าย และให้ประสบการณ์ที่ดีแล้วเผยแพร่ออกไปสาระพัดช่องทางไม่ได้หมายความว่ามันจะช่วยเพ่ิ่มจำนวนลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว หากคุณขาดการโปรโมทเนื้อหาคุณคงต้องรออีกนานกว่าจะเห็นผลที่น่าพึงพอใจและคู่แข่งของคุณก็จะคว้าลูกค้าไปครองก่อนคุณ

สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่คงไม่มีปัญหาเรื่องทุ่มทุนทำโปรโมชั่นหรือโฆษณา แต่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กมันหมายถึงการใช้จ่ายที่จำกัดและต้องระมัดระวังจัดสรรทุนให้พอเหมาะในขณะที่ต้องสร้างแบรนด์และเพิ่มยอดขายให้มากที่สุดเพื่อความอยู่รอด คุณจะใช้เทคนิคอะไรที่ช่วยลดต้นทุนการโปรโมทเนื้อหาแต่ได้จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย ติดตามตอนต่อไปค่ะ

อ่านย้อนหลัง Content Marketing 101: การตลาดเนื้อหาสร้างรายได้ให้ธุรกิจจริงหรือ

ตอนที่ 1 ทำไมต้องเผยแพร่เนื้อหา

ตอนที่ 2 สร้างเนื้อหาที่ผลักดัน SEO ให้โดน

ตอนที่ 3 วางกลยุทธ์การตลาดเนื้อหา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s