Content Marketing 101: การตลาดเนื้อหาสร้างรายได้ให้ธุรกิจจริงหรือ ตอนที่ 5 โปรโมทเนื้อหา

เนื้อหาได้ถูกผลิตออกมามากมายในแต่ละวันอย่างที่ได้ไว้พูดถึงในบทความก่อนหน้านี้ เนื้อหาที่ผลิตออกมามากมายจำเป็นต้องได้รับการเผยแพร่ที่กระจายออกไปในทิศทางและช่องทางที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ อย่างที่เราทราบกันว่าต้นทุนในการผลิตเนื้อหาบางครั้งก็ค่อนข้างสูง อย่างเช่น เนื้อหาวิดีโอที่อาจต้องใช้โปรดักชันมืออาชีพเป็นผู้ผลิต เป็นต้น ปัญหาของธุรกิจส่วนใหญ่คือ ผลิตเนื้อหาออกมามากมายแต่เมื่อเผยแพร่ออกไปแล้วกลับไม่ค่อยได้รับผลตอบรับที่ดีพอ เนื้อหาจึงต้องมีการโปรโมทเพื่อช่วยให้ได้รับการรับรู้มากขึ้นได้ผลลัพธ์ตรงตามเป้าหมายมากขึ้น

Content Promotion ทำอย่างไรให้ได้ผล

การเผยแพร่เนื้อหาไม่เพียงพออีกต่อไปหากคุณต้องการให้เนื้่อหามีการรับรู้มากขึ้นตามเป้าหมายคุณจำเป็นต้องโปรโมทเนื้อหาของคุณให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ แต่จะทำอย่างไรหากคุณมีงบประมาณน้อยนิดหรืออาจไม่มีงบประมาณเลย เทคนิคเหล่านี้น่าจะช่วยให้เนื้อหาของคุณสร้างผลลัพธ์ได้อย่างดีตามเป้าหมายค่ะ

1. Social Media

โปรโมทเนื้อหาของคุณในช่องทาง Social Media ทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram, Line, YouTube, Google Plus, Pinterest และช่องทางอื่น ๆ ที่กลุ่มเป้าหมายของคุณน่าจะใช้ เพราะบางครั้งการกระจายเนื้อหาของคุณออกไปในช่องทางสองสามแห่งอาจไม่เพียงพอ หากคุณสร้างเนื้อหาแล้วควรใช้มันให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเพื่อสร้างโอกาสให้กับการรับรู้และประหยัดเวลาและงบประมาณ เทคนิคเหล่านี้น่าจะช่วยการทำ Social Media Marketing ของคุณได้บ้างนะคะ

  • ใช้เครื่องมือช่วยจัดการและตั้งเวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์เพื่อช่วยให้เนื้อหาได้รับการเห็นมากที่สุด อย่างเช่น NapoleonCat, Social High Rise, Crowdfire, Buffer, Hootsuite, และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • พินเนื้อหาที่ต้องการโปรโมทเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาชมได้เห็นเนื้อหานั้นทันที โดยคุณ
    สามารถตั้งพินได้ทั้ง Facebook และ Twitter

ตัวอย่างการพินโพสต์ Facebook Page

  • ใช้ Hashtag ที่ตรงกับเนื้อหาและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ การใช้ Hashtag ที่ถูกต้องช่วยให้ผู้คนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันสามารถค้นพบคุณได้ง่ายและรวดเร็วด้วยการค้นหาคำหลักนั้น ๆ ในแถบการค้นหาของ Social Media ตัวอย่างด้านล่างเป็นการค้นหาบน Facebook โดยใช้ #

  • สร้างวิดีโอของเนื้อหาที่ต้องการโปรโมทแล้วเผยแพร่ในแต่ละ Social Media อย่าง Facebook, Twitter, Instagram, YouTube, Vimeo เป็นต้น ด้านล่างเป็นตัวอย่างวิดีโอของเราที่นำเนื้อหาที่เผยแพร่ไปแล้วมาจัดทำและเผยแพร่ซ้ำอีกครั้ง (Repurpose Content) ใน Facebook, Twitter, YouTube และ Instagram ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีขึ้นมีจำนวนวิวเนื้อหาต้นฉบับในเว็บไซด์และมียอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ
  • เข้ากลุ่ม Facebook Group ที่มีความสนใจคล้ายกัน เช่น หากคุณทำธุรกิจขายเครื่องแต่งการบุรุษและสตรีให้เข้าร่วมกลุ่มเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์หรือแฟชั่น เป็นต้น เพราะคนที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้ชอบการแต่งกาย ชอบความสวยงาม โอกาสในการได้ลูกค้าจึงมีสูง
  • สร้าง Slide เนื้อหาแล้วโพสต์ใน SlideShare ใส่ลิ้งก์ที่ต้องการให้ผู้ชมเข้าไปอ่านเนื้อหาต้นฉบับในเว็บไซด์ของคุณ SlideShare เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งใน LinkedIn
  • สร้ง Infographic หรือ รูปภาพ/ภาพผลิตภัณฑ์ แล้วพินใน Pinterest พร้อมลิ้งก์เนื้อหาจากเว็บไซด์เพื่อให้ผู้ชมเข้าไปอ่านหรือเก็บพิน Pinterest เป็นโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มที่ช่วยกระจายเนื้อหาได้เป็นอย่างดีเพราะเขาใช้ AI เข้ามาช่วยแนะนำพินอัตโนมัติแล้วส่งออกไปยังอีเมลของผู้ใช้ที่มีความสนใจเรื่องเดียวกัน
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสมาชิกในกลุ่ม ลูกค้า กลุ่มเป้าหมาย ผู้มีโอกาสซื้อ ด้วยการให้คำแนะนำ ให้ความเห็น แสดงความคิดเห็นเมื่อมีโอกาสเพื่อให้พวกเขาจดจำแบรนด์ของคุณและตัวคุณ และอย่างลืมว่าการแสดงความคิดเห็นต้องไม่เน้นการขายของ ต้องทำอย่างจริงใจที่จะให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำที่ดีและเหมาะสมอย่างแท้จริง การให้จะทำให้คุณได้รับผลตอบกลับที่ยิ่งใหญ่ในภายหลัง คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ของคุณจะทำให้พวกเขาอยากแบ่งปันและผลทางอ้อมที่คุณจะได้รับคือการรู้จักคุณ รู้จักแบรนด์ของคุณ และความสนใจในสิ่งที่คุณทำ/ขาย
  • แจกคูปองส่วนลด หรือแจกของพรีเมี่ยมฟรี โดยอาจขอให้ผู้ชมช่วยแบ่งปันเนื้อหา กดไลค์ หรือ คอมเม้นท์ ขึ้นกับการวางแผนการตลาดเนื้อหาและแคมเปญของคุณว่าเป้าหมายคืออะไร

ยังมีเทคนิคการทำ Social Media Marketing อื่น ๆ อีกมากมายที่คุณควรหมั่นค้นหาและอ่านเพ่ิ่มเติมเพื่อหาไอเดียในการนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณค่ะ

อ่านเพิ่มเติม จริงเหรอ! โซเชียลมีเดียช่วยขยายธุรกิจได้

2. Email

อีเมลเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณสามารถสนทนากับลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของคุณโดยตรง และยังช่วยให้คุณสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ตอบปัญหาลูกค้า สื่อสารกับลูกค้าได้ในรูปแบบตัวอักษร วิดีโอ ส่งไฟล์แนบ และอื่น ๆ อีกมากมาย การส่งอีเมลจึงเป็นช่องทางการตลาดอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้แคมเปญของคุณได้รับผลสำเร็จตามเป้าหมาย เทคนิคที่คุณควรพิจารณาเมื่อต้องการส่งอีเมล อย่างเช่น

  • รู้จักลูกค้าของคุณ รู้จักการใช้คำและประโยค ใช้หัวข้อที่ตรงประเด็น เนื้อหากระชับได้ใจความและให้คุณค่า
  • ใส่ความสนุกสนานบันเทิงและชวนเชิญให้มีส่วนร่วม ใส่คำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call-to-action) อย่าลืมลิ้งก์ที่เกี่ยวข้องหรือไฟล์แนบ ชื่อผู้ส่ง ที่อยู่ในการติดต่อและโทรศัพท์
  • ใช้เครื่องมื่อช่วยสร้างสีสรร รูปภาพ การออกแบบ อินเตอร์เอคทีฟ อย่าง Stencil, Canva, Swell Rewards เป็นต้น

คุณควรส่งอีเมลตามความเหมาะสมและไม่บ่อยจนเกินไป คนส่วนใหญ่มักสนใจแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อเขามากกว่าเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเพราะเวลาในแต่ละวันจำกัด อีเมลของคุณที่ส่งออกไปจึงควรพิจารณาถึงคุณค่าของเนื้อหาและเวลาของลูกค้า ปกติแล้วเรามักได้รับอีเมลจากธุรกิจใน 4 ประเภทด้านล่างนี้ แต่ละประเภทควรใส่เทคนิคอะไรบ้างที่จะช่วยให้อีเมลได้รับความสนใจ

  • อีเมลขอบคุณและต้อนรับสมาชิกใหม่

ใช้เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่และสร้างความสัมพันธ์ที่ดี คุณควรใช้ข้อความเหมือนการสนทนาระหว่างคุณกับผู้รับ สร้างความเป็นมิตร (เหมือนเวลาที่คุณรู้จักเพื่อนใหม่) ขอบคุณที่เขาให้ความไว้วางใจและสนใจรับข่าวสารจากคุณหรือซื้อสินค้าของคุณ แนะนำตัวคุณและบริษัท คุณอาจแนบส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่เพื่อเป็นการตอบแทน หรือข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ อย่างเช่น จัดส่งฟรี เพิ่มคะแนนสะสม เป็นต้น อย่าลืมแจ้งสิทธิประโยชน์ในการเป็นสมาชิกและลิ้งก์ที่เกี่ยวข้องเพื่อสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติม

  • อีเมลข่าวสารและผลิตภัณฑ์

ใช้เพื่ออัพเดทข่าวสารและแจ้งลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจ ควรเน้นรูปภาพผลิตภัณฑ์ให้มีความชัดเจนและมองเห็นทุกมุมที่เป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ คุณอาจใช้เทคนิคในการถ่ายภาพเข้ามาช่วย ใช้คำพูดสั้น ๆ และอย่าลืมใส่คำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call-to-action)

ใช้เพื่อแนะนำวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์/บริการที่เป็นประโยชน์และเพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าใจการใช้งานมากขึ้นรวมทั้งได้ความรู้ใหม่ ๆ ว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจะสามารถช่วยแก้ปัญหาของพวกเขาได้อย่างไรบ้าง ให้ที่อยู่ที่เขาสามารถติดต่อได้สะดวกเพื่อให้ความมั่นใจว่าเขาจะได้รับการดูแลอย่างดีหลังการขาย

  • อีเมลส่งเสริมการขาย

เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการ ควรเน้นรูปภาพ สีสรรสดใส และข้อความสั้นชัดเจน คุณอาจใช้เครื่องมือช่วยในการทำภาพ สี และตัวอักษร ทำให้รู้สึกอยากซื้อทันทีด้วยข้อความกระตุ้นการตัดสินใจ (Call-to-action)

  • อีเมลสำรวจความคิดเห็น

ใช้เพื่อสำรวจความต้องการของลูกค้าเพื่อนำมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ ให้เหตุผลว่าทำไมคุณจึงขอให้เขาตอบแบบสอบถามและแบบสอบถามนี้จะให้ประโยชน์อะไรเขาได้บ้าง ใส่ลิ้งก์ที่นำไปยังหน้าแบบสอบถามและออกแบบสอบถามที่อ่านง่าย ใช้เวลาไม่มาก และควรบอกเวลาในการตอบแบบสอบถามไว้ในหน้าอีเมลเพื่อให้ลูกค้าทราบว่าแบบสอบถามจะใช้เวลาเท่าไหร่ อย่าลืมว่าเวลาของเขามีค่า

Automate surveys banner for Affiliate Program

3. Influencer

คุณอาจทำสำรวจว่าผู้มีอิทธิพลในอตุสาหกรรมเดียวกับคุณมีใครบ้างที่มีผู้ติดตามสูง และเขาใช้เทคนิคอะไรที่ทำให้ยอดไลค์ ยอดแชร์ และยอดผู้ติดตามสูง เขาใช้เนื้อหาประเภทไหน วิธีถ่ายภาพ การเสนอวิดีโอ หรือแม้แต่ภาษาที่ใช้เป็นแบบง่าย ๆ เป็นกันเอง หรือเป็นแบบตลกขบขัน แล้วลองนำเทคนิคเหล่านั้นมาปรับใช้กับการเขียนเนื้อหา การนำเสนอ การจูงใจผู้ชมของคุณ และหากคุณมีงบประมาณสำหรับการจ้าง Influencer คุณอาจติดต่อให้เขาช่วยโปรโมทเนื้อหาแคมเปญของคุณ

4. Online Communities

เข้าร่วมชุมชนออนไลน์แล้วพูดคุยกับสมาชิกชุมชนที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันกับคุณ คุณอาจแสดงความคิดเห็นในบทความของเขา หรือ ไลค์ แชร์ ติดตาม เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ของคุณและเพิ่มยอดผู้ติดตามของคุณในชุมชน คุณสามารถสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ฟรีแล้วโพสต์บทความของคุณลงในบัญชีตั้งให้สามารถแชร์ในโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ได้ง่าย และเปิดช่องแสดงความคิดเห็นให้สมาชิกท่านอื่น ๆ สามารถเขียนความคิดเห็น ข้อแนะนำ และอื่น ๆ (คุณสามารถควบคุมและอนุมัติความคิดเห็นก่อนแสดงบนหน้าเว็บ) และอย่าลืมอ่านบทความของผู้อื่น ติดตามพวกเขา และแสดงความคิดเห็นที่เหมาะสมตามโอกาสด้วยนะ

ชุมชนออนไลน์จะช่วยเพิ่มยอดวิวเว็บไซด์ของคุณและแบ่งปันออกไปให้กับผู้ติดตามของพวกเขา นอกจากนี้จำนวนไลค์และแบ่งปันของสมาชิกชุมชนจะเพิ่มเครดิตให้กับบทความของคุณโดยไม่ต้องเสียเงินโฆษณาเลยล่ะ

แหล่งที่คุณสามารถเข้าร่วมชุมชนออนไลน์ อย่างเช่น WordPress Reader, Medium, Facebook Group, และ LinkedIn Group

 

ก่อนปิดหน้านี้

วิธีที่แนะนำมาข้างต้นทั้งหมดจะช่วยให้คุณสามารถกระจายเนื้อหาออกไปในหลากหลายช่องทางฟรี คุณอาจต้องจัดเวลาในการโพสต์โดยใช้เครื่องมือช่วยเหลือ อย่าง Buffer, Hootsuite, Crowdfire, Elokenz, Social High Rise, และ Unless เป็นต้น

หลังจากโปรโมทเนื้อหาแล้วขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือ การวิเคราะห์ผลและประสิทธิภาพของเนื้อหาที่เผยแพร่หรือโปรโมทออกไป เทคนิคในการวิเคราะห์ผลการตลาดเนื้อหามีอะไรบ้าง ติดตามตอนต่อไปค่ะ

อ่านย้อนหลัง Content Marketing 101: การตลาดเนื้อหาสร้างรายได้ให้ธุรกิจจริงหรือ

ตอนที่ 1 ทำไมต้องเผยแพร่เนื้อหา

ตอนที่ 2 สร้างเนื้อหาที่ผลักดัน SEO ให้โดน

ตอนที่ 3 วางกลยุทธ์การตลาดเนื้อหา

ตอนที่ 4 สร้างประสบการณ์ที่ดีของเนื้อหา

Advertisements

3 thoughts on “Content Marketing 101: การตลาดเนื้อหาสร้างรายได้ให้ธุรกิจจริงหรือ ตอนที่ 5 โปรโมทเนื้อหา

  1. HootSuite แจ๋วไปเลยค่ะ แอบตามไปดูมา ช่วยเรื่องจัดการได้เยอะเลยค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ มีของดีมาแชร์ตลอดเลย ชอบมากๆ ขอฝากตัวเป็น Fc ด้วยคนนะคะ 😊

    Liked by 1 person

    1. ขอบคุณมากค่ะ ยินดีที่ได้แบ่งปันสิ่งดี ๆ เพราะเป็นความตั้งใจอยากให้สิ่งที่เราเรียนรู้เกิดประโยชน์กับคนอื่นด้วย ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ส่วนตัวก็เป็น FC ของคุณเช่นกันค่ะได้ความรู้เรื่องหุ้นเยอะเลย 🙂

      Liked by 1 person

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s