นักสร้างเนื้อหาควรได้ค่าจ้างเท่าไหร่

ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่ผู้คนไม่สามารถขาดอุปกรณ์ที่ทันสมัยและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือขณะเดินทาง อุปกรณ์อินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ (IoT) ช่วยให้ชีวิตของเราง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว และค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ทันที อุปกรณ์มือถือจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่สามารถพกพาไปไหนได้ง่ายด้วยขนาดกะทัดรัดแต่ความสามารถมากมาย

เนื้อหาที่คุณสร้างจึงควรคำนึงถึงการใช้งานบนมือถือเป็นหลักเพราะด้วยเหตุผลข้างต้น เนื้อหาที่เข้าถึงง่าย โหลดไว อ่านง่าย ให้ความสนุกสนานบันเทิง มีรูปแบบสีสรรดึงดูดใจ ทันสมัยทั้งคำที่ใช้และการผสานกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะได้รับความนิยมและกระตุ้นให้อยากแบ่งปันจนเกิดไวรัล

นักเขียนในปัจจุบันจึงต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและยุคสมัย การเขียนไม่ใช่การนั่งเทียน นึกจะเขียนอะไรก็ได้ แต่การเขียนจำเป็นต้องมีต้นทุนที่เกิดจากประสบการณ์และความสามารถรอบด้าน นักเขียนที่เป็นนักสร้างเนื้อหาควรมีคุณสมบัติและอุปนิสัยอย่างไร? ค้นหาคำตอบด้านล่างเลยค่ะ….

คุณสมบัติของนักสร้างเนื้อหา

ก่อนสร้างเนื้อหาคุณรู้แล้วว่าต้องมีการวางกลยุทธ์การตลาดเนื้อหา เนื้อหาที่สร้างต้องทันสมัยและรู้ว่าเทคโนโยลีแบบไหนเหมาะกับกลุ่มผู้ชมไหน เหมาะกับการเผยแพร่ที่ไหนและเวลาใด ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานของผู้คนนักสร้างเนื้อหาต้องตระหนักถึงความสามารถในการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาปรับใช้กับเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ

เนื้อหามีหลายรูปแบบและแต่ละรูปแบบก็มีเทคนิคในการสร้างเนื้อหาที่ดึงดูดผู้ชมแตกต่างกัน หากคุณเป็นนักสร้างเนื้อหา (Content Creator) หรือบล็อกเกอร์ (Blogger) หรือนักเขียนเนื้อหา (Content Writer) หรือนักการตลาดเนื้อหา (Content Marketer) คุณต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างที่จะทำให้คุณเป็นนักสร้างเนื้อหาตัวยง

1. ทักษะการค้นคว้า ก่อนสร้างเนื้อหาต้องมีการทำวิจัยคำหลัก ค้นคว้าหาข้อมูล นักสร้างเนื้อหาจึงต้องมีทักษะในการรู้จักใช้คำหลัก สามารถวิจัยคำหลักได้ว่าคำหลักไหนเหมาะสมที่จะช่วยดัน SEO ของเนื้อหา และนอกจากคำหลักแล้วเขายังต้องรู้ว่าจะค้นคว้าหาข้อมูลจากที่ไหน อย่างไร เพื่อนำมาสร้างเนื้อหาใหม่ที่มีคำหลักนั้นเกี่ยวข้อง

2. ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ นักสร้างเนื้อหาต้องมีความคิดสร้างสรรค์และรู้จักนำสิ่งที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี อุปกรณ์ เครื่องมือต่าง ๆ มาปรับใช้กับเนื้อหาเพื่อดึงความสนใจผู้ชมและทำให้เนื้อหาดูมีชีวิตชีวา ทันต่อยุคสมัย หากนักสร้างเนื้อหารู้หลักในการออกแบบเว็บไซด์ด้วยก็จะช่วยให้การวางตำแหน่งของแต่ละส่วนของเนื้อหาดูน่าสนใจมากขึ้น

3. ทักษะการเขียน นอกจากจะเขียนได้แล้วนักสร้างเนื้อหายังควรต้องเขียนเป็น การสร้างเนื้อหาไม่ใช่มีเพียงแค่เขียนบล็อกเท่านั้น การสร้างเนื้อหาอาจเป็นแนวการเล่าเรื่องราว (Storytelling), การเขียนเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ (Copywriting), หรือการเขียนโพสต์ในโซเชียลมีเดีย และอื่น ๆ ดังนั้นการเขียนนอกจากจะต้องมีศิลปะในการถ่ายทอดและลำดับเรื่องราวแล้ว ตัวสะกด ไวยกรณ์ ย่อหน้า ความยาวของแต่ละประโยคก็มีส่วนช่วยเพิ่มคุณภาพงานเขียนได้อย่างมาก

4. ทักษะด้านภาษา การสร้างเนื้อหาอาจต้องใช้ความสามารถด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษเพราะมีเนื้อหาในภาษานี้มากมายที่สามารถนำมาอ้างอิง หรือเป็นข้อมูลในการเขียน หรือเพิ่มเติมความรู้ การเข้าใจภาษาจึงมีความจำเป็นแม้ว่าเครื่องมือช่วยแปลจะมีมากมายแต่บางครั้งมันก็แปลไปคนละเรื่องจนทำให้คนอ่านเกิดความสับสน นักสร้างเนื้อหาจึงควรมีทักษะด้านภาษาด้วย นอกจากนี้นักสร้างเนื้อหายังสามารถรับงานแปล งานเขียนภาษาอังกฤษเพิ่มได้อีกด้วย

5. ทักษะการแก้ไข นักสร้างเนื้อหานอกจากจะเขียนได้แล้วยังต้องสามารถพิสูจน์อักษรได้ด้วยว่ามีคำไหนสะกดผิด คำไหนผิดหลักไวยกรณ์ ปัจจุบันเราจะเห็นหลายคนสะกดภาษาไทยผิด ๆ หรือใช้คำที่เป็นภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน การเขียนแต่ละอย่างจึงขึ้นกับวัตถุประสงค์และช่องทางที่จะโพสต์ ตัวอย่างเช่น เขียนโพสต์ในโซเชียลมีเดียควรเขียนเชิงการสนทนาหรือไม่เป็นทางการซึ่งต่างจากการเขียนในเว็บไซด์

6. ทักษะการถ่ายภาพ ปรับแต่งภาพและสร้างวิดีโอ บางครั้งการเขียนจะต้องมีรูปภาพประกอบ ต้องไปถ่ายภาพจากสถานที่จริง ต้องไปถ่ายวิดีโอนอกสถานที่ นักสร้างเนื้อหาจึงควรมีทักษะในการถ่ายภาพ ตกแต่งภาพ ถ่ายวิดีโอ ที่อาจใช้มือถือเป็นอุปกรณ์แล้วนำไปใส่ในเว็บไซด์หรือโพสต์ในโซเชียลมีเดีย

7. ทักษะการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ SEO, สร้างเว็บไซด์, ใช้โซเชียลมีเดีย, ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, และอื่น ๆ ที่เป็นเครื่องมือช่วยในการสร้างเนื้อหาให้น่าสนใจ

8. ทักษะด้านการตลาด นักสร้างเนื้อหาควรเข้าใจหลักการตลาดอย่างน้อยพื้นฐาน เพื่อให้การเขียนนำไปสู่เป้าหมายตามที่ธุรกิจต้องการ อย่างเช่น ความรู้ด้านการตลาดขาเข้า (Inbound marketing) จะช่วยให้เข้าใจวิธีการเขียนที่จะดึงดูดและนำผู้ชมไปสู่การตัดสินใจซื้อ

9. ทักษะด้านการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การเขียนเพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์เป็นหัวใจหลักสำหรับนักสร้างเนื้อหา เพราะวัตถุประสงค์ในการผลิตเนื้อหาก็เพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้แบรนด์ สนใจผลิตภัณฑ์/บริการ และตัดสินใจซื้อ นักสร้างเนื้อหาจะสร้างเนื้อหาอย่างไรที่กระตุ้นผู้เยี่ยมชมให้คลิก หรือติดตาม หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามเป้าหมาย

10. ทักษะด้านการวิเคราะห์หรือประเมินผล เนื้อหาที่เผยแพร่ออกไปจะได้ผลดีหรือไม่ และมีอะไรต้องปรับปรุงเพื่อขยายประสิทธิภาพเนื้อหา ถึงแม้จะมีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์แต่อย่างน้อยนักสร้างเนื้อหาควรต้องรู้ว่าจะนำผลวิเคราะห์เหล่านั้นไปปรับปรุงวิธีการสร้างเนื้อหาต่อไปอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม 7 เครื่องมือ Google Add-ons ที่จะทำให้คุณกลายเป็นนักสร้างเนื้อหาซุปตาตัวจริง

อุปนิสัยของนักสร้างเนื้อหาซุปตาร์ตัวจริง

1. พวกเขาเป็นนักคิด – พวกเขาคิดตลอดเวลาเมื่อพบเจอสิ่งใหม่ ๆ ประสบการณ์ใหม่ ๆ พวกเขาจะคิดว่าจะสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับใช้กับเนื้อหาอย่างไร? จะสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร? จะตั้งหัวข้อเนื้อหาอย่างไร?

2. พวกเขาเป็นนักจด – พวกเขามักพกสมุดโน๊ตและปากกาติดตัวเสมอเพราะทุกครั้งที่ไอเดียมันปิ๊งขึ้นมาพวกเขาจะได้ไม่ลืมมัน

3. พวกเขาเป็นนักอ่าน – พวกเขารักการอ่านไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องอะไร เพราะการอ่านมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเพิ่มประสบการณ์และต้นทุนในการสร้างสรรค์งานเขียนมากเท่านั้น

4. พวกเขาเป็นนักฟัง – พวกเขามักฟังมากกว่าพูดเพราะการฟังทำให้พวกเขาได้รับไอเดียใหม่ ๆ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นที่สามารถนำมาปรับใช้กับงานเขียนได้อย่างดี

5. พวกเขาเป็นนักวางแผน – พวกเขามักวางแผนเนื้อหาและวิธีการนำเสนอเนื้อหาเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขารู้ว่าจะวางโครงสร้างเนื้อหาอย่างไรให้เป็นขั้นตอนและควรใส่คำกระตุ้นการตัดสินใจตรงไหน? ควรใส่ลิงก์อ้างอิงอย่างไร? ควรโยงเนื้อหากับเนื้อหาอื่นๆ อย่างไร?

6. พวกเขารักศิลปะ – พวกเขาชอบงานศิลปะและมีความคิดสร้างสรรค์ ชอบการตกแต่งรูปภาพและการออกแบบที่สามารถนำมาใช้ในงานเขียน

7. พวกเขาชอบวิเคราะห์ – พวกเขามักวิเคราะห์หาข้อดีข้อเสียและค้นหาวิธีการแก้ไข ปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยเพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

8. พวกเขาขี้สงสัย – พวกเขามักอยากรู้และชอบค้นหาคำตอบว่ามันคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไรเพื่อสามารถนำมาขยายความในการสร้างเนื้อหาใหม่ ๆ

9. พวกเขาชอบเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ – พวกเขาชอบศึกษาและทดลองใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการสร้างเนื้อหา

10. พวกเขาชอบสังคม – พวกเขามักเข้าร่วมกลุ่มหรือเข้าสังคมเพื่อขยายเครือข่ายและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือได้รับความคิดใหม่ ๆ จากผู้คนที่พบเจอ

นักสร้างเนื้อหาควรได้ค่าจ้างเท่าไหร่

ในบทความ Content Marketing 101: ตอนที่ 3 วางแผนกลยุทธ์การตลาดเนื้อหาได้พูดถึงสถิติของบริษัท B2B ส่วนใหญ่จะ Outsource การเขียนเนื้อหา ซึ่งหลายบริษัทได้จ้างนักเขียนอิสระทั้งผ่านเอเยนต์ซี่และจ้างโดยตรง หากคุณเป็นนักเขียนอิสระไม่ว่าจะทำงานผ่านเอเยนต์ซี่หรือรับงานตรงจากลูกค้า คุณคงอยากรู้ว่าโดยทั่วไปแล้วเขาคิดค่าจ้างกันที่เท่าไหร่ ในภาพอินโฟกราฟฟิกด้านล่างจะบอกคุณถึงสถิติการจ้างและอัตราค่าจ้างที่เป็นสากลซึ่งน่าจะนำมาปรับให้เหมาะกับตัวคุณได้เป็นอย่างดี ลองไปดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างค่ะ

ClearVoice ได้ทำการสำรวจและค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างของนักเขียนอิสระและค่าจ้างที่เจ้าของธุรกิจว่าจ้างนักเขียน ผลการสำรวจแยกได้เป็นสองรูปแบบ คือ

1. นักเขียนอิสระได้รับค่าจ้างต่ำกว่าที่ควร

2. คุณได้รับตามที่คุณจ่าย

Untitled-Infographic-31

ตัวเลขที่น่าสนและน่าตกใจที่เขาได้สรุปออกมา อย่างเช่น

  • 35% ของนักเขียนรู้สึกว่ามีรายได้น้อย
  • 50% ของนักการตลาดผู้ว่าจ้างเชื่อว่านักเขียนที่คิดค่าจ้างสูงกว่าจะผลิตผลงานที่มีคุณภาพสูงกว่า ซึ่งช่วยให้ประหยัดเงินในระยะยาว
  • 25% ของ Freelancers บอกว่าผู้เผยแพร่/ผู้ว่าจ้างจะได้รับสิ่งที่พวกเขาจ่ายและต้องเข้าใจว่าเนื้อหาที่มีคุณภาพต้องการค่าจ้างที่ยุติธรรม
  • 75% ของนักการตลาดจ่ายค่าจ้างต่อบทความ/โครงการ และ 62% ของนักเขียนอิสระบอกว่าพวกเขาได้รับ/คิดอัตราแบบกลาง ๆ ต่อบทความ
  • นักการตลาดบางคนระบุว่าพวกเขาจ่ายเงินตามคำหรือชั่วโมงเป็นครั้งคราวและมีผู้ตอบเพียงคนเดียวที่บอกว่าเขาจ่ายเงินตามจำนวนผู้ติดตาม (ยกเว้นเนื้อหาโซเชียลมีเดีย)
  • อัตราต่อบทความของนักการตลาดแตกต่างกันไปตามประเภทเนื้อหาตั้งแต่ต่ำถึง 25 เหรียญต่อโพสต์บล็อกจนถึง 2,500 เหรียญต่อความยาวของ White papers
  • บล็อกโพสต์ที่มีคำระหว่าง 400 – 600 คำจะได้รับค่าจ้างระหว่าง 50 – 250 ดอลลาร์สหรัฐ
  • นักการตลาดยินดีจ่ายค่าบริการเสริม เช่น การค้นคว้า, แหล่งที่มา, ลิงก์เชื่อมโยง, การแก้ไขปรับปรุง และ/หรือการขยายเครือข่ายทางสังคม
  • นักการตลาดยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นหากเนื้อหาต้องการนักเขียนตัวจริง (ไม่ใช่ Ghostwriter) หรือผู้มีอิทธิพล

 

รายงานค่าจ้างนักเขียนอิสระแยกตามประเภทของงานและประสบการณ์ของนักเขียน

 

FreelanceInfo-3

Image Source

สำหรับประเทศไทยจากการสำรวจพบว่าอัตราค่าจ้างของนักเขียนฟรีแลนซ์จะคิดตามจำนวนคำโดยอยู่ระหว่าง 300-500 บาทต่อจำนวน 400-600 คำ ค่าจ้างอาจสูงกว่าราคาปกติหากงานเขียนมีความยากกว่า และระยะเวลาส่งงานอยู่ที่ประมาณ 2-3 วันต่อชิ้น (ราคานี้ยังไม่รวมค่าตกแต่งรูปภาพ ค่าถ่ายวิดีโอ ค่าเดินทางไปยังสถานที่จริง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจมีเพื่อให้งานเขียนสมบูรณ์)

ก่อนปิดหน้านี้

ในความคิดเห็นส่วนตัวค่าจ้างนักเขียนของไทยยังอยู่ในระดับต่ำมาก งานเขียนไม่ได้ทำได้ง่าย ๆ หากคุณต้องสร้างเนื้อหาใหม่ขึ้นมาและให้ถูกตามหลัก SEO นอกจากจะต้องค้นหาข้อมูลแล้วการเรียบเรียงและใส่คำหลักให้ถูกต้องในบทความยังเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะช่วยให้เนื้อหานั้นได้รับการจัดอันดับในเครื่องมือค้นหาอย่าง Google สำหรับธุรกิจแล้วคุณจ่ายเงินแค่หลักร้อย หลักพันต่อชิ้นงานแต่คุณมีโอกาสสร้างรายได้จากชิ้นงานมากถึงหลักหมื่นหรือหลักแสน อย่าลืมว่านักเขียนต้องเสียภาษี นักเขียนไม่ได้ลิขสิทธิ์ในบทความ นักเขียนไม่ได้คอมมิชชั่นจากรายได้ที่เกิดจากบทความซึ่งต่างจากนักแต่งเพลง ในขณะที่นักเขียนต้องคิดต้องสร้างสรรค์ต้องใช้ศิลปะและความสามารถในการจูงใจและดึงดูดผู้ชมให้ตัดสินใจดำเนินการตามเป้าหมาย

นักเขียนหรือนักสร้างเนื้อหานอกจากจะมีความสามารถด้านภาษาแล้วยังต้องมีความรู้ในหลากหลายสาขา อย่าง การตลาด การขาย การประชาสัมพันธ์ มีความคิดสร้างสรรค์และมีความสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ถึงเวลาหรือยังที่นักเขียนไทยจะได้รับค่าตอบแทนที่ยุติธรรม?

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s