Facebook เพิ่มฟีเจอร์จำกัดเวลาใช้งาน Your Time On Facebook And Instagram

Facebook ได้เพิ่มเครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้คุณสามารถจัดการเวลาบนแพลตฟอร์มทั้งใน Facebook และ Instagram คุณลักษณะ “Your Time on Facebook” นี้จะเริ่มเปิดใช้ทั่วโลกโดยหน้าแดชบอร์ดจะแสดงจำนวนนาทีที่คุณใช้ในแอพของ Facebook บนอุปกรณ์นั้น ๆ ในแต่ละวัน สัปดาห์ที่ผ่านมา และเวลาที่ใช้โดยเฉลี่ย

Facebook กล่าวว่า วันนี้เรากำลังประกาศเครื่องมือใหม่ ๆ เพื่อช่วยผู้ใช้จัดการเวลาบน Facebook และ Instagram: แดชบอร์ดกิจกรรมการแจ้งเตือนประจำวันและวิธีใหม่ในการจำกัดการแจ้งเตือน เราได้พัฒนาเครื่องมือเหล่านี้ตามความร่วมมือและแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรด้านสุขภาพจิตชั้นนำ นักวิชาการการวิจัยและข้อเสนอแนะจากชุมชนของเราเอง เราต้องการให้เวลาที่ผู้คนใช้บนเฟซบุ๊คและ Instagram เป็นไปโดยเจตนาเพื่อสร้างความคิดเชิงบวกและสร้างแรงบันดาลใจ เราหวังว่าเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ผู้คนสามารถควบคุมเวลาที่พวกเขาใช้ไปบนแพลตฟอร์มของเราและส่งเสริมการสนทนาระหว่างพ่อแม่และวัยรุ่นเกี่ยวกับนิสัยออนไลน์ที่เหมาะสมกับพวกเขา

Facebook ต้องการช่วยให้ผู้ใช้มีสุขภาพจิตที่ดีโดยหวังว่าเครื่องมือนี้จะช่วยให้ผู้ใช้ลดเวลาจากการเล่นมือถือแล้วหันไปมองโลกที่เป็นจริง Facebook ไม่ใช่รายแรกที่เพิ่มฟีเจอร์นี้ ก่อนหน้านี้ Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์นี้ใน iOS 12 และ Android ได้เพิ่มแดชบอร์ดใหม่ Digital Wellbeing ที่ให้คุณตั้งค่าปลดล็อคแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้เมื่อคุณใช้งานถึงขีดจำกัดรายวันของคุณ

จำกัดเวลาใช้ Facebook จะช่วยสุขภาพจิตดีขึ้น

นอกจากเรื่องของข้อมูลผู้ใช้ถูกคุกคาม ข่าวปลอม การหลอกต้มตุ๋น และข่าวด้านลบอื่น ๆ ที่เราได้ยินกันในช่วงหลังนี้มากมายเกี่ยวกับด้านลบของ Social Media แล้ว สุขภาพจิตก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เราต้องคำนึงถึงการจำกัดเวลาหรือลดเวลาในการใช้ Facebook

จากการศึกษาพบว่า Facebook มีผลต่อภาวะซึมเศร้า ความรู้สึกอิจฉา การแยกตัวและความนับถือตัวเองต่ำ

อ้างอิงจาก CNBC: จากการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์โดยนักวิจัยจาก University of Pennsylvania กล่าวว่าการ จำกัดการใช้ Facebook, Instagram และ Snapchat ทำให้ลดความเหงาและความหดหู่ลงโดยตรง

การศึกษานี้มีชื่อว่า “No More FOMO: การจำกัดสื่อสังคมออนไลน์ลดความเหงาและภาวะซึมเศร้า” และเป็นส่วนหนึ่งของรายงานนี้ นักวิจัยได้สังเกตพฤติกรรมนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 143 คนในสามสัปดาห์ โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นปกติและกลุ่มที่จำกัดการใช้บริการทางสื่อสังคมแต่ละครั้งเป็นเวลา 10 นาทีต่อวัน นักเรียนส่งภาพหน้าจอการทดสอบการใช้แบตเตอรี่ iPhone ของพวกเขาซึ่งแสดงจำนวนนาทีที่ใช้ในแต่ละแอปในแต่ละวันเพื่อติดตามการใช้งานแอปพลิเคชันเหล่านั้น

การทดลองพบว่าในกลุ่มที่จำกัดการใช้สื่อสังคมออนไลน์มีอาการซึมเศร้าลดลงอย่างมาก

“การไม่ได้เปรียบเทียบชีวิตฉันกับชีวิตของคนอื่นมีผลกระทบมากกว่าที่ฉันคาดไว้และฉันก็รู้สึกดีขึ้นมากในตัวฉันในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา” นักศึกษาคนหนึ่งกล่าว

เราได้ยินข่าวเกี่ยวกับการใช้ Facebook Live ถ่ายทอดสดการฆ่าตัวตาย, การทำร้ายผู้อื่นและอีกหลากหลายเรื่องราวที่แสดงถึงสภาวะจิตของผู้ Live นอกจากเรื่องราวเหล่านี้จะสร้างผลกระทบด้านจิตใจของผู้ชมไลฟ์สดแล้วยังสร้างผลเสียต่อเยาวชนที่อาจชมไลฟ์สดนั้นโดยที่ผู้ปกครองไม่ทราบก็ได้

รายงานล่าสุดพบว่า

  • อัตราการฆ่าตัวตายเนื่องจากภาวะซึมเศร้าในหมู่วัยรุ่นเพิ่มขึ้นทั่วโลก
  • วัยรุ่นที่ใช้เวลาออนไลน์มากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวันมีโอกาสเสี่ยงในการฆ่าตัวตายมากกว่าร้อยละ 71 ของบรรดาคนที่ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงต่อวัน
  • โดยรวมแล้วปัจจัยเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากใช้เวลาออนไลน์ผ่านไป 2 ชั่วโมงหรือมากกว่า

ผู้ปกครองสามารถช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้หากมีการตั้งค่าจำกัดการใช้งานและป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ในอุปกรณ์ที่บุตรหลานใช้

คุณอาจสนใจ วิธีตั้งค่า Parent Controls สำหรับอุปกรณ์ทุกระบบ

วิธีตั้งค่าการจำกัดเวลาและการแจ้งเตือนใน Facebook และ Instagram

การตั้งค่าจำกัดเวลาใช้งาน

1. ในแอพ Facebook ไปที่ > Settings > Your Time on Facebook

ในแอพ Instagram ไปที่ > Settings > Your Activity

2. ที่ด้านบนคุณจะเห็นแดชบอร์ดแสดงเวลาโดยเฉลี่ยในอุปกรณ์นั้น แตะแถบใด ๆ เพื่อดูเวลาทั้งหมดของคุณในวันนั้น

3. ใต้หน้าแดชบอร์ดคุณสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนรายวันเพื่อแจ้งเตือนตัวเองเมื่อถึงเวลาที่คุณต้องการใช้แอพในวันนั้น

การตั้งค่าการแจ้งเตือน

1. แตะที่ “Notification Settings” เพื่อเข้าถึงการตั้งค่า “Mute Push Notifications” แบบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

2. การดำเนินการนี้จะจำกัด การแจ้งเตือน Facebook หรือ Instagram ไว้เป็นระยะ ๆ เมื่อคุณต้องการโฟกัส

* คุณสามารถเปลี่ยนหรือยกเลิกการแจ้งเตือนได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ Facebook ยังได้ปรับปรุงคุณภาพฟีดข่าวเพื่อแสดงบทความที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุดกับผู้คน เช่น เห็นก่อน, ซ่อน, เลิกติดตามและปิดคำหลัก และใน Instagram ได้เปิดตัวเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพื่อดูแลชุมชนในเชิงรุกอย่างเช่นข้อความ “You’re All Caught Up” ในฟีด, การกรองคำหลัก, ภาพที่อ่อนไหวและคำติชมที่ไม่เหมาะสมและตัวกรองการกลั่นแกล้ง

Facebook ยังได้เพิ่มมาตราการในการป้องกันการฆ่าตัวตายรวมทั้งการขยายตัวของการตรวจจับเชิงรุกและการปรับปรุงการระบุการตอบกลับครั้งแรก โดยได้พัฒนาร่วมกับองค์กรด้านสุขภาพจิต เช่น Save.org และข้อมูลจากผู้ที่มีประสบการณ์ส่วนตัวในการคิดหรือพยายามฆ่าตัวตาย

ในเดือนมีนาคม Facebook ได้จัดประชุมสุดยอดเรื่องความปลอดภัยใน Facebook เกี่ยวกับหัวข้อต่าง ๆ มากมายจากประเด็นด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้

Facebook กล่าวว่า ไม่ใช่แค่เวลาที่คนใช้ใน Facebook และ Instagram แต่พวกเขาใช้เวลาเท่าไร เป็นความรับผิดชอบของเราในการพูดคุยอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับเวลาที่คนออนไลน์ส่งผลกระทบต่อผู้คนและเรารับหน้าที่อย่างจริงจัง เครื่องมือใหม่เหล่านี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญและเรามุ่งมั่นที่จะทำงานต่อไปเพื่อส่งเสริมให้เกิดชุมชนที่ปลอดภัย, ชุมชนที่มีความปรานีและให้ความช่วยเหลือสำหรับทุกคน

ก่อนปิดหน้านี้

การจำกัดเวลาในการเล่น Social Media จะช่วยให้สุขภาพจิตของคุณดีขึ้นและเพิ่มประสิทธิผลของงานมากขึ้นเพราะคุณจะได้ใช้เวลาไปในการ Hyperfocus กับงานอย่างเต็มที่ ฟีเจอร์ Your Time on Facebook ได้เปิดใช้งานแล้วในสหรัฐอเมริกาและกำลังจะเปิดใช้ทั่วโลก เมื่อคุณเห็นฟีเจอร์นี้บน Facebook ของคุณอย่าลืมทดลองตั้งกำหนดเวลาเล่น Facebook ซักสัปดาห์แล้วดูว่าคุณจะรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้นหรือไม่นะคะ

Chat-like surveys banner for Affiliate Program

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.