Google ต้องการให้คุณค้นหาข้อมูล Blockchain ง่ายขึ้น

Google กำลังพัฒนาเครื่องมือเพื่อการค้นหาเกี่ยวกับ “Blockchain” แบบสมบูรณ์ พฤติกรรมการค้นหาของผู้ใช้ทำให้ Google ตระหนักว่าผู้คนสนใจเกี่ยวกับ Blockchain มากซะกว่า Cryptocurrency ซะอีก Google มีข้อมูลขนาดใหญ่และอัลกอริทึมการค้นหาที่มีประสิทธิภาพและหากรวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันมันจะช่วยให้การค้นหาเกี่ยวกับ Blockchain ง่ายขึ้น

สถิติการค้นหาคำว่า “Blockchain” บน Google trends แสดงให้เห็นว่าผู้คนเริ่มสนใจ Blockchain มากขึ้นแต่มีแอปพลิเคชั่น Blockchain ที่สามารถเข้าถึงได้โดยตรงจำนวนน้อย และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ Google คาดการณ์ความต้องการของผู้ใช้ที่คาดว่าจะเป็นเรื่องสำคัญในอนาคต

Google ได้เริ่มฟีด Blockchain ของ Bitcoin และ Ethereum ทั้งหมดใน BigQuery แพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ของ Google เมื่อปีที่แล้วและสร้างชุดเครื่องมือซอฟต์แวร์เพื่อค้นหาข้อมูลการทำธุรกรรมสตรีมมิ่งแบบเรียลไทม์สำหรับ Blockchain ทั้งหมด โครงการนี้เรียกว่า Blockchain ETL (extract, transform, load) ซึ่งจะอนุญาตการค้นหาทั่วไปของ Blockchain ทั้งหมดแทนที่แต่เดิมการค้นหาจะเป็นเพียงการใช้ Block-explorer เพื่อดึงข้อมูลบนหมายเลขธุรกรรมที่รู้จักเท่านั้น และชุดข้อมูลทั้งหมดจะอัปเดททุก ๆ 24 ชั่วโมงผ่านทางกรอบฐานข้อมูลทั่วไปซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กการนำเข้า Blockchain ETL

ทีมงานของ Google ยังกำลังเพิ่มการค้นหาเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลอื่นใน BigQuery ด้วยได้แก่ Litecoin, Zcash, Dash, Bitcoin Cash, Ethereum Classic, และ Dogecoin และเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Wietse Wind ผู้พัฒนาชาวดัตช์ได้เพิ่มบล็อกเชนของ Ripple ทั้งหมดช่วยให้นักออกแบบชาวเดนมาร์กสามารถเห็นเส้นทางการไหลของธุรกรรมลงในกระเป๋าเงินแต่ละใบ

บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เริ่มใช้เทคโนโลยี Blockchain

ไม่เพียงแค่ Google เท่านั้นที่หันมาสนใจเกี่ยวกับ Blockchain แต่ยังมียักษ์ใหญ่อีกหลายรายที่เข้ามาลงทุนและพัฒนาซอฟต์แวร์เกี่ยวกับ Blockchain อย่างเช่น

  • Microsoft – เมื่อสามปีก่อน Microsoft Azure เป็นเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้กับระบบคลาวด์ และปัจจุบันได้พัฒนาระบบเพื่อเชื่อมระหว่าง blockchain กับบริการโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น Office 365 Outlook, SharePoint Online, Salesforce, Dynamics 365 CRM Online, SAP, และ Twitter ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถโอนข้อมูลจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ไปยังระบบคลาวด์แล้วไปยังบล็อกเชน

Microsoft Azure ให้บริการบล็อกเชนที่ช่วยธุรกิจขนาดเล็กในการค้นหาซัพพลายเชนที่โปร่งใส เชื่อถือได้ และปลอดภัย คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่

  • Facebook Mark Zuckerberg ได้เคยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับ Technology ที่ช่วยให้มีการกระจายอำนาจ (Decentralization) ว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากที่สุดในขณะนี้และเขาตั้งใจที่จะศึกษาว่าการเข้ารหัสและบล็อกเชนจะสามารถนำมาใช้กับการบริการของ Facebook ได้อย่างดีที่สุดอย่างไร

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 Facebook ได้ฟอร์มทีม Blockchain ขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะสร้าง Stablecoin (วิธีการฝากเงินล่วงหน้าก่อนที่จะซื้อลงใน Bitcoin, Ethereum หรือโทเค็นอื่น ๆ ได้เร็วกว่าบัญชีธนาคารและยังอนุญาตให้มีการย้ายกำไรจากโทเค็นที่ผันผวนและเหนือสิ่งอื่นใดเป็นวิธีที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในการส่ง crypto ไปยังบุคคลอื่น (หรือธุรกิจ) โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับราคาที่เคลื่อนไหว) ของตนเองเพื่อให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินผ่านแอพ WhatsApp โดยเริ่มต้นที่ประเทศอินเดียเป็นที่แรก และทีมงานของ Facebook กำลังค้นหาวิธีใช้ประโยชน์จาก blockchain อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

  • Line – แอพส่งข้อความสัญชาติญี่ปุ่นที่มีผู้ใช้มากในแถบเอเชียก็ได้ลงทุนใน Blockchain ด้วยโทเค็นในแอพชื่อ Link ซึ่งใช้ในการแลกเปลี่ยนการค้าและการลงทุนในกองทุน Crypto โดย Link จะกลายเป็นวิธีการซื้อบริการหรือสินค้าของ Line และมีแผนที่จะขยายการใช้งานไปยังบริการของบุคคลที่สาม
  • Amazon – Amazon ได้ประกาศบริการใหม่ชื่อว่า “Amazon Quantum Ledger Database (QLDB)” ซึ่งเป็นฐานข้อมูลบัญชีแยกประเภทที่มีการจัดการอย่างสมบูรณ์พร้อมหน่วยงานกลางที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ยังมีบริการการจัดการบล็อกเชน Amazon Manage Blockchain ที่สามารถทำงานร่วมกับ QLDB ได้ด้วย

Amazon Managed Blockchain เป็นบริการที่มีการจัดการอย่างสมบูรณ์ที่ช่วยให้คุณตั้งค่าและจัดการเครือข่าย blockchain ที่ปรับขนาดได้ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง

ก่อนปิดหน้านี้

เมื่อเทคโนโลยี Blockchain ถูกนำมาพัฒนาและใช้งานกับธุรกิจต่าง ๆ อย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพสูงแล้ว ผลประโยชน์ที่จะตกกับผู้ใช้ก็คือ ความโปร่งใส ความปลอดภัย ความเชื่อถือได้ หากเราสามารถค้นหาข้อมูลและที่มาที่ไปของธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลก็จะมีความถูกต้องมากขึ้นโดยเฉพาะการวิเคราะห์แนวโน้มราคาของเงินสกุลดิจิทัลอย่าง Bitcoin ที่มีรายงานการเพิ่มขึ้นถึง 2.75% เนื่องจากมีการค้นหาคำหลัก “bitcoin” ใน Google และ Twitter

ในเวลานี้ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในโลกไม่ใช่ทรัพยากรธรรมชาติแต่มันคือ “ทรัพยากรข้อมูล” ที่บริษัทต่างแข่งขันกันเพื่อให้ได้มาและนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีที่สุด ความรุนแรงในการแย่งชิงตลาดจึงอยู่ที่ใครมีข้อมูลมากกว่ากันและใครสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้มีประสิทธิภาพกว่ากัน

คุณอาจสนใจ:

Google Trends เครื่องมือค้นหาแนวโน้ม Keyword ที่ช่วยคุณวางแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Google My Business ทางเลือกใหม่ในการโปรโมทธุรกิจของคุณฟรี!

7 วิธีป้องกันอุปกรณ์ของคุณจากภัยคุกคาม #Cryptojacking

The Future of Work in the Age of AI: ตอนจบ Cybersecurity + Blockchain

10 แนวโน้มเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2019

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.