Facebook ต้องการวางมาตรการควบคุมการละเมิดแพลตฟอร์ม

นายมาร์คจะไม่ทนกับการเผยแพร่ข่าวปลอม เนื้อหาหลอกลวง ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง ความเกลียดชังและการละเมิดบนแพลตฟอร์มที่เขาสร้างขึ้นมาอีกต่อไป เขาเคยกล่าวเสมอว่า Facebook ถูกสร้างขึ้นเพื่อหวังให้สังคมบนโลกแคบลงและเป็นชุมชนที่น่าอยู่ แต่แพลตฟอร์มของเขากลับถูกบุคคลบางกลุ่มนำไปใช้ในทางที่ตรงกันข้ามและสร้างปัญหาตามมามากมายให้กับสังคมและผู้คนจากทั่วโลก

ตอนนี้ Facebook กำลังมองหาวิธีหลากหลายเพื่อให้แน่ใจว่าการเผยแพร่ข่าวสารในแพลตฟอร์มเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพและถูกต้องโดย Facebook อาจเพิ่มแท็บข่าวสารเฉพาะซึ่งจะแสดงเนื้อหาจากแหล่งที่มีคุณภาพสูงและเชื่อถือได้

Mark Zuckerberg ได้กล่าวใน Facebook ส่วนตัวว่า “ในปีนี้ฉันเป็นเจ้าภาพการอภิปรายเกี่ยวกับอนาคตของเทคโนโลยีและสังคม เวลานี้ฉันนั่งลงกับ Mathias Döpfnerในกรุงเบอร์ลิน เขาเริ่มอาชีพของเขาในฐานะนักข่าวและตอนนี้เขาดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Axel Springer สำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เราได้พูดคุยเกี่ยวกับบทบาทของการสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพในการสร้างชุมชนที่ได้รับข้อมูลและหลักการที่ Facebook ควรใช้ในการสร้างแท็บข่าวเพื่อแสดงข่าวที่มีคุณภาพสูงขึ้นรวมถึงรูปแบบธุรกิจและระบบนิเวศเพื่อสนับสนุน นอกจากนี้เรายังกล่าวถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นความเป็นส่วนตัวที่ฉันกำหนดไว้สำหรับอนาคตของเครือข่ายสังคมออนไลน์และแนวคิดสี่ประการสำหรับระเบียบอินเทอร์เน็ตที่ฉันตีพิมพ์ในสุดสัปดาห์นี้ เหล่านี้เป็นหัวข้อสำคัญและฉันอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงในการพูดคุยกับ Mathias เกี่ยวกับพวกเขา เป็นสิ่งสำคัญสำหรับฉันที่เราจะช่วยให้ผู้คนได้รับข่าวที่น่าเชื่อถือและค้นหาวิธีแก้ปัญหาที่ช่วยให้นักข่าวทั่วโลกทำงานที่สำคัญของพวกเขา”

 

Facebook ต้องการให้ข่าวที่นำเสนอมีเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงสุดและมีความเป็นไปได้ว่า Facebook จะเสนอการจ่ายเงินให้ผู้เผยแพร่เพื่อให้ Facebook นำเสนอเนื้อหาของพวกเขา Facebook เคยทำการทดสอบ “Explore Feed” ในหกประเทศแต่ต้องยกเลิกในเดือนมีนาคม 2018

Facebook ได้เปิดโครงการ The Facebook Journalism Project ตั้งแต่ปี 2017 เพื่อให้แน่ใจว่าข่าวมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้และถูกต้อง โดยร่วมมือกับองค์กรข่าวเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ เรียนรู้จากนักข่าวเกี่ยวกับวิธีที่บริษัทจะสามารถทำงานร่วมกับผู้จัดพิมพ์และผู้ให้การศึกษาในเรื่องที่บริษัทจะสามารถจัดหาความรู้ที่พวกเขาต้องการเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบในยุคดิจิตอลได้อย่างไร โดยโครงการนี้ได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

1. การพัฒนาความร่วมมือของผลิตภัณฑ์ข่าว

2. การฝึกอบรมและเครื่องมือสำหรับนักข่าว

3. การฝึกอบรมและเครื่องมือสำหรับทุกคน

วางมาตรการจำกัดการสตรีมสด

ข่าวที่น่าตกตะลึงต่อชาวโลกเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับการไลฟ์สดการกราดยิงโจมตีชาวมุสลิมในมัสยิดสองแห่งที่นิวซีแลนด์ได้สร้างความตื่นตัวและกังวลต่อโลกออนไลน์อย่างมากจน Facebook ถึงกับประกาศว่าบริษัทจำเป็นต้องวางมาตรการจำกัดการสตรีมสดอย่างจริงจัง

BBC News รายงานว่า Sheryl Sandberg ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกล่าวว่ายักษ์ใหญ่ของโซเชียลมีเดียเห็นด้วยกับการเรียกมันว่า “ต้องทำมากกว่านี้”

ส่วนหนึ่งในจดหมายที่นางแซนด์เบิรก์เขียนถึงนิวซีแลนด์เฮรัลด์ ข้อความว่า “พวกคุณหลายคนได้ถามอย่างถูกต้องว่าแพลตฟอร์มออนไลน์เช่น Facebook ถูกนำมาใช้ในการเผยแพร่วิดีโอที่น่ากลัวของการโจมตี … เราได้ยินคำติชมว่าเราต้องทำมากขึ้น – และเราเห็นด้วย”

โดยปกติแล้วเนื้อหาสดไม่สามารถตรวจสอบได้ก่อนออกอากาศตามเวลาจริงในขณะนั้นเพราะระบบการทำงานของสตรีมมิงสดทำให้เป็นไปได้ยากที่แพลตฟอร์มจะรักษาระดับการควบคุมสิ่งที่ออกอากาศ การสตรีมสดได้กลายเป็นตัวเลือกโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะเดียวกันมันก็ถูกนำไปใช้ในสิ่งที่เลวร้ายและเป็นผลด้านลบต่อความรู้สึกของผู้คน

Facebook COO Sheryl Sandberg กล่าวว่า “เรากำลังสำรวจข้อจำกัดว่าใครสามารถไลฟ์สดได้บ้างขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น การละเมิดมาตรฐานชุมชนก่อนหน้านี้”

นั่นหมายความว่าผู้ใช้บางคนที่เคยถูกรายงานเรื่องพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดมาตรฐานชุมชนของ Facebook มาก่อนจะไม่สามารถไลฟ์สดได้อีกต่อไป นอกจากนี้แล้ว Facebook กำลังมองหาวิธีการปรับปรุงเครื่องมือระบุตัวตนด้วย AI เพื่อช่วยให้สามารถตรวจจับและลบเนื้อหาดังกล่าวได้เร็วขึ้น

ต่อต้านความเกลียดชัง

Facebook ประกาศว่าบริษัทยืนยันต่อต้านความเกลียดชังและพร้อมที่จะค้นหาและลบข้อความหรือเนื้อหาที่แสดงถึงความเกลียดชัง เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ หรือศาสนา

Facebook ประกาศว่า “เราจำเป็นต้องค้นหาและลบความเกลียดชังจากแพลตฟอร์มของเราให้ดีขึ้นและเร็วขึ้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราได้พัฒนาความสามารถของเราในการใช้การเรียนรู้ของเครื่องและปัญญาประดิษฐ์เพื่อค้นหาข้อมูลจากกลุ่มผู้ก่อการร้าย เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมาเราเริ่มใช้เครื่องมือที่คล้ายกันเพื่อขยายความพยายามของเราไปยังกลุ่มความเกลียดชังที่หลากหลายทั่วโลก เรากำลังก้าวหน้า แต่เรารู้ว่าเรามีงานอีกมากให้ทำ

น่าเสียดายที่จะมีคนที่พยายามเล่นเกมระบบของเราเพื่อเผยแพร่ความเกลียดชัง ความท้าทายของเราคือการอยู่ข้างหน้าโดยการปรับปรุงเทคโนโลยีของเราพัฒนานโยบายและทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่สามารถหนุนความพยายามของเราเอง เรามีความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งและจะแบ่งปันการอัปเดตเมื่อกระบวนการนี้ดำเนินต่อไป”

หมายความว่า เมื่อมีการค้นหาด้วยคำหลักที่เกี่ยวข้องกับความเกลียดชัง เช่น heil hitler ระบบจะแสดงข้อความเตือนพร้อมแนะนำไปยังองค์กรที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ อย่างเช่น Life After Hate เพื่อป้องกันการเผยแพร่ความเกลียดชังและความคลั่งไคล้รุนแรง

Image Source: Facebook

ก่อนปิดหน้านี้

ความเกลียดชังและการคลั่งไคล้รุนแรงเป็นสิ่งที่หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อออนไลน์ต่างเป็นห่วงและให้ความสำคัญกับมาตรการควบคุมอย่างจริงจัง แต่ด้วยจำนวนผู้ใช้มหาศาลทำให้การตรวจจับและการป้องกันทำได้ค่อนข้างช้าหรือมีโอกาสพลาดได้แม้จะใช้ตัวช่วยตรวจจับการละเมิดเหล่านี้ด้วย AI และ Machine Learning ก็ตาม

การศึกษาของ Pew Research ระบุว่า ผู้คนส่วนใหญ่รับรู้ข่าวสารผ่าน Social Media

  • 43% ได้รับข่าวสารผ่าน Facebook
  • มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ใช้ Social Media คาดว่าข่าวที่พวกเขาเห็นจะไม่ถูกต้องซึ่งพวกเขาไม่ชอบมากที่สุดเกี่ยวกับประสบการณ์ รวมถึงกังวลเกี่ยวกับแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริงและ “ข่าวปลอม”
  • 10% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าข่าวคุณภาพต่ำที่พาดหัวข่าวเพื่อต้องการ Clickbait ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่พวกเขาไม่ชอบ

เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่ามาตรการที่ Facebook กำลังจะกำหนดขึ้นจะสามารถป้องกันและควบคุมการละเมิดแพลตฟอร์ม ข่าวปลอม ความเกลียดชัง ได้ผลดีหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการกลั่นแกล้งที่ Facebook ได้เปิดศูนย์ป้องกันการกลั่นแกล้ง Bullying Prevention Hub เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับวัยรุ่น ผู้ปกครอง และครูที่มองหาความช่วยเหลือเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งและความขัดแย้งอื่น ๆ รวมทั้งให้คำแนะนำอย่างมีแบบแผนและเป็นขั้นตอนที่ผู้เขียนได้เคยกล่าวไว้ในบทความก่อนหน้านี้ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังมีข่าวเกี่ยวกับการเรียกร้องของ Facebook ที่ขอให้รัฐบาลในประเทศต่าง ๆ ช่วยอัปเดตกฎสำหรับอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

คุณอาจสนใจ:

Facebook Messenger กับฟีเจอร์ใหม่ที่คุณควรรู้

Facebook Cryptocurrency: FaceCoin ผู้ใช้ Social Media ได้ประโยชน์อย่างไร

5 ข้อแตกต่าง Social Media Manager และ Community Manager

5 แนวโน้มการตลาดโซเชียลมีเดียในปี 2019

Facebook เพิ่มฟีเจอร์ติดตามเวลาที่ใช้บนแพลตฟอร์ม Your Time On Facebook And Instagram

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.