Facebook เปิดศูนย์อบรมเสริมทักษะพลเมืองดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิก

ในขณะที่อินเทอร์เน็ตเริ่มมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ความไม่ปลอดภัยในการท่องอินเตอร์เน็ตก็เพิ่มสูงมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกลั่นแกล้ง ข่าวปลอม การขโมยข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความเกลียดชัง การแสดงความคิดและการโต้ตอบออนไลน์ หรือร่องรอยดิจิทัลที่คุณทิ้งไว้

Facebook ต้องการให้ความรู้เพื่อป้องกันผู้ใช้โดยเฉพาะเยาวชนเกี่ยวกับความปลอดภัยและวิธีหลีกเลี่ยง รวมทั้งแนวคิดในการโต้ตอบและรู้ทันโลกดิจิทัล หรือที่เรียกว่า “การเป็นพลเรือนดิจิทัล (Digital Citizenship)” คุณควรทำอย่างไรที่จะอยู่ในสังคมดิจิทัลอย่างปลอดภัยและมีทักษะที่แข็งแรงในการตัดสินใจว่าสิ่งใดควรและสิ่งใดไม่ควร ข่าวสารจริงหรือปลอม Facbook ได้เปิด “We Think Digital” เพื่อเป็นศูนย์การศึกษาหาความรู้สำหรับพลเมืองดิจิทัลและเพิ่มทักษะที่จำเป็นในการค้นหาข้อมูลออนไลน์เพื่อการเชื่อมต่อและมีส่วนร่วมกับชุมชนทั่วโลกอย่างมีวิจารณญาณ

Facebook ประกาศว่า “วันนี้เรากำลังเปิดตัว We Think Digital พอร์ทัลการศึกษาออนไลน์ที่มีบทแนะนำเชิงโต้ตอบที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้คนคิดอย่างมีวิจารณญาณและแบ่งปันทางออนไลน์ผ่านทางความคิด เราออกแบบโปรแกรมโดยความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากทั่วเอเชียแปซิฟิกและมุ่งมั่นที่จะฝึกอบรมผู้คนจำนวน 1 ล้านคนใน 8 ประเทศในเอเชียแปซิฟิกภายในปี 2020 ด้วยทรัพยากรของเราใน 6 ภาษา”

โครงการ We Think Digital มีบทเรียนออนไลน์ที่ได้รับการสนับสนุนจากนักวิชาการและนักข่าวที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคโดยแบ่งออกเป็น 4 โมดูล คือ

1. อินเทอร์เน็ตคืออะไร: คำอธิบายเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียวิธีทำงานและความสำคัญของการเป็นพลเมืองดิจิทัล

2. Digital Footprint ของคุณ: สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางออนไลน์และการจัดการรอยเท้าดิจิทัลของคุณ

3. เป็นนักคิดที่สำคัญ: ช่วยให้คุณแยกแยะข้อมูลประเภทต่าง ๆ และพัฒนาความคิดและการเอาใจใส่ที่สำคัญเมื่อสื่อสารทางออนไลน์

4. คุณในฐานะพลเมืองดิจิทัล: เจาะลึกลงในวาทกรรมดิจิทัลและความแตกต่างระหว่างการโต้ตอบออนไลน์กับออฟไลน์ สิทธิและความรับผิดชอบของคุณรวมถึงแนวคิดอินเทอร์เน็ตเช่น netiquette การเป็นผู้สร้างลิขสิทธิ์และการลอกเลียนแบบ

Image Source: Facebook

โครงการนี้ได้เปิดตัวที่แรกในประเทศสิงคโปร์ และจะเปิดตัวในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้แก่ ฟิลิปปินส์ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ไต้หวัน รวมทั้งมีการวางแผนที่จะนำโปรแกรมนี้ไปยังประเทศนอกเหนือจากเอเชียแปซิฟิก เช่น อาร์เจนตินาและเม็กซิโก

Facebook ยังกล่าวอีกว่า “ในสิงคโปร์โปรแกรมนี้ได้รับการสนับสนุนโดย The People’s Association ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อนำชาวสิงคโปร์จากทุกสาขาอาชีพมารวมกันผ่านโครงการชุมชน เรากำลังจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการระดับภูมิภาคซึ่งมีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ Facebook เกี่ยวกับวิธีการทำให้มั่นใจว่า We Think Digital สามารถนำคุณค่ามาสู่ชุมชนทั่วเอเชียแปซิฟิก คณะกรรมการจะประกอบด้วยสมาชิกจากทั่วภูมิภาคและสมาชิกสองคนแรกคือ ดร. วูมินห์ ควง รองศาสตราจารย์แห่ง  Lee Kuan Yew School of Public Policy, National University of Singapore และ ดร. พิจิตรา ทสึโกโมโต้ รองศาสตราจารย์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย”

นักวิชาการและผู้แทนจากองค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรภาคประชาสังคมทั่วทั้งภูมิภาคได้มารวมกันเพื่อตอบคำถาม: การเป็นพลเมืองดิจิทัลหมายความว่าอย่างไร?

We Thing Digital ได้รวมหัวข้อต่าง ๆ ที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานในเรื่องความปลอดภัย เช่น Safety Center, Bullying Prevention Hub, Parents Portal, and Youth Portal ที่คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บไซด์ศูนย์ความปลอดภัย (ฉบับภาษาไทย)

Higher survey completion rate banner for Affiliate Program

ทำไมต้องเปิดศูนย์อบรมออนไลน์ Digital Citizenship ในเอเชียแปซิฟิก

คุณรู้หรือไม่ว่าจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดนั้นอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี่เอง และปริมาณการเติบโตยังเป็นไปอย่างรวดเร็วอีกด้วย รายงานแนวโน้มดิจิทัลในปี 2019 จัดทำโดย Hootsuite และ We Are Social พบว่า ชาวเอเชียใช้อินเทอร์เน็ตมากถึง 52% และใช้โซเชียลมีเดียมากถึง 47%

ในขณะที่ประชากรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.8% อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยมีอัตราเพิ่มขึ้น 10% และ 12% ตามลำดับ

โซเชียลมีเดียที่มีการใช้ต่อเดือนมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 3 อันดับแรกคือ Facebook, YouTube และ Instagram และแอพส่งข้อความที่นิยมใช้มากที่สุด 3 อันดับแรกคือ Whatsapp, Facebook Messenger และ WeChat

คุณสามารถดูรายงาน Digital 2019 ฉบับเต็มด้านล่างนี้ค่ะ

ก่อนปิดหน้านี้

บทเรียนต่าง ๆ ใน We Think Digital โดย Facebook จะช่วยให้คนทุกวัยเข้าใจการเป็นพลเมืองดิจิทัลว่าควรทำอย่างไรที่จะอยู่ในสังคมดิจิทัลอย่างรอดปลอดภัยและไม่ถูกกลั่นแกล้ง รู้เท่าทันข่าวปลอมและการหลอกลวงในโลกดิจิทัล รู้ว่าจะป้องกันตัวเองจากการถูกโจมตีอย่างไร และมีทักษะมากขึ้นในการตรวจสอบข้อเท็จจริง การโต้ตอบ การแสดงความคิดเห็น หลีกเลี่ยงความเกลียดชัง รู้ว่าอะไรควรแบ่งปัน ไม่ตกเป็นเครื่องมือของการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อวาทกรรมการแบ่งแยกและตระหนักถึงอคติส่วนตัว เป็นต้น

ความท้าทายที่สังคมดิจิทัลกำลังเผชิญคือการใช้อินเทอร์เน็ตและการมีส่วนร่วมของผู้คนจากทั่วโลกกำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เรากำลังเข้าสู่สังคมดิจิทัลขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้จำนวนมหาศาลซึ่งมาจากต่างเชื้อชาติ ต่างวัฒนธรรม และต่างทัศนคติ การใช้งานอินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันทั้งที่บ้านและที่ทำงานของเราแต่เราก็ควรมีสติและทักษะที่ดีเพื่อนำทางในการแบ่งปันและเข้าร่วมกับเครือข่ายสังคมดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ตระหนักถึงสิทธิและความรับผิดชอบต่อการออนไลน์ของเราเพื่อช่วยกันสร้างสังคมดิจิทัลที่น่าอยู่

คุณพร้อมเสริมทักษะการเป็นพลเมืองดิจิทัลหรือยัง? เริ่มต้นที่นี่ค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.