5 ข้อปรับธุรกิจค้าปลีกของคุณให้โดนใจ Millennials

Millennials เป็นวัยที่กำลังเริ่มต้นความเป็นผู้ใหญ่เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่เกิดระหว่างปี 1981-1996 บางครั้งจะเรียกว่า Generation Y (Gen Y) และเป็นกลุ่มที่เริ่มทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว ยุคของ Gen Y เป็นยุคที่เทคโนโลยีมีอิทธิพลในการเปลี่ยนชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก โดยเฉพาะอุปกรณ์มือถือที่กลายเป็นเครื่องมือประจำตัวที่ขาดไม่ได้

รายงานจาก Pew Research Center ได้จำแนกกลุ่มคนตามช่วงอายุไว้ดังนี้

  • The Silent Generation: เกิดระหว่างปีค.ศ. 1928-1945 (อายุระหว่าง 74-91 ปี)
  • Baby Boomers: เกิดระหว่างปีค.ศ.1946-1964 (อายุระหว่าง 55-73 ปี)
  • Generation X: เกิดระหว่างปีค.ศ. 1965-1980 (อายุระหว่าง 39-54 ปี)
  • Millennials: เกิดระหว่างปีค.ศ. 1981-1996 (อายุระหว่าง 23-38 ปี)
  • Post-Millennials: เกิดระหว่างปีค.ศ. 1997-ปัจจุบัน (อายุระหว่าง 0-22 ปี)

ลักษณะของ Millennials แตกต่างกันไปตามภูมิภาคและรายบุคคลและกลุ่มประสบการณ์ความหลากหลายของสังคมและเศรษฐกิจ พวกเขาเกิดมาในยุคข้อมูลข่าวสารและมีความสะดวกสบายในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์

การทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายนี้จะช่วยให้คุณสามารถจับตลาดคนกลุ่ม Gen Y ที่ค่อนข้างมีอำนาจซื้อและมีความจำเป็นในการจับจ่ายเพื่อสร้างครอบครัวซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตจากตลาดกลุ่มนี้

พฤติกรรมการใช้แอพมือถือจัดการเงินของ Millennials

รายงานจาก Facebook เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้มือถือทำธุรกรรมการเงินของผู้บริโภคกลุ่มอายุระหว่าง 18-34 ปี พบว่าวิธีที่ผู้คนจัดการเงินของพวกเขากำลังเปลี่ยนแปลง การสำรวจพบว่า คนกลุ่ม Gen Y หรือเหล่า Millennials มักจัดการเงินของพวกเขาผ่าน Application ที่สามารถทำได้ทันทีบนอุปกรณ์มือถือเพราะมันทั้งให้ความสะดวกและปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน, จ่ายบิล, ตรวจสอบยอดคงเหลือ ทุกอย่างง่ายภายในคลิกเดียว

Facebook IQ ได้ทำการสำรวจผู้คนจำนวน 1,026 คนในสหรัฐอเมริกาที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้แอพมือถือจัดการเงินของพวกเขา ผลสรุปของการสำรวจค้นพบแนวโน้มที่สำคัญสามประการที่มีผลต่อธนาคารค้าปลีกในปัจจุบัน คือ

1. ผู้คนต้องการความยืดหยุ่นทางการเงินในการใช้โทรศัพท์มือถือ

  • เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ใช้บัญชีกระแสรายวันอายุ 18-34 ปี ค้นพบหรือได้ยินเกี่ยวกับตัวเลือกธนาคารเพื่อการค้าปลีกใหม่บนอุปกรณ์พกพาเมื่อเทียบกับ 28% ของผู้บริโภคอายุมากกว่า 35 ปี และพวกเขาจัดการเงินบนอุปกรณ์พกพาไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่บ้าน เดินทางหรือช้อปปิ้ง สิ่งนี้มักเกี่ยวข้องกับการรวมบริการธนาคารดิจิทัลใหม่เข้ากับกิจวัตรประจำวันของพวกเขาควบคู่ไปกับธนาคารหลัก
  • 61% ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปีเมื่อเทียบกับ 36% ของผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปกำลังใช้บริการดิจิทัลหรือ Fintech เช่น Venmo หรือ Zelle และเนื่องจากบริการเหล่านี้จำนวนมากต้องการบัญชีธนาคารที่มีการควบคุมเพื่อเชื่อมต่อบทบาทของผู้ให้บริการแบบดั้งเดิมจึงเปลี่ยนจากร้านค้าแบบครบวงจรไปสู่กรอบทางการเงินที่ผู้คนสามารถปรับปรุงและสร้างตามเงื่อนไขของตนเองเป็นรูปแบบการจัดการเงินที่ยืดหยุ่นมากขึ้นและช่องทางสังคมออนไลน์กำลังช่วยให้ผู้คนค้นพบวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา

2. ผู้คนต้องการความสะดวกสบายแบบไม่เป็นทางการกับธนาคารดิจิทัล

  • 53% ของผู้คนอายุระหว่าง 18-34 ปีบอกว่าพวกเขาใช้แอพเพื่อโอนเงินให้ครอบครัวหรือเพื่อน
  • 47% ของผู้บริโภคบัญชีกระแสรายวันอายุระหว่าง 18-34 ปียอมรับว่าพวกเขาต้องการความสามารถในการดำเนินการธนาคารเพื่อรายย่อยทั้งหมดทางออนไลน์
  • 42% ของกลุ่มที่อายุน้อยกว่านี้บอกว่าพวกเขาต้องการการยอมรับเมื่อเข้าสู่สาขาที่มีอยู่จริง

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่

How to Start & Grow an eCommerce Store – Webinar

พฤติกรรมการจับจ่ายสินค้าบริโภคของ Millennials

นอกจากพฤติกรรมผู้บริโภคในการจัดการเงินจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว Facebook IQ ยังได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการจับจ่ายโดยเฉพาะสินค้าบริโภค อย่างเช่น การจับจ่ายอาหาร รายงานได้พบว่าพฤติกรรมของผู้คนที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปีมีการจับจ่ายผ่านแอพมือถือโดยได้รับอิทธิพลจากโซเชียล ในความเป็นจริง 36% ของคนอายุระหว่าง 18-34 ปีกล่าวว่าพวกเขามีส่วนร่วมกับโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับอาหารบน Facebook ทุกสัปดาห์และมากกว่าหนึ่งในสี่ของผู้บริโภควัยหนุ่มสาวใช้ช่องทางสังคมเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจในการทำอาหาร

Facebook IQ ได้มอบหมายให้ Accenture สำรวจคน 2,280 คนในสหรัฐอเมริกาที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ซื้อผลิตภัณฑ์อาหารในช่วงสามเดือนก่อนถึงเดือนพฤศจิกายน 2018 การศึกษาพบว่าผู้คนเปลี่ยนความสัมพันธ์กับอาหารในสามแนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปัจจุบันนี้:

1. ผู้คนกำลังใช้อุปกรณ์มือถือเพื่อเป็นทางลัดในการซื้ออาหาร

  • 68% ของคนที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปียอมรับว่าเวลาสามารถมีค่ามากกว่าเงินทำให้เวลากลายเป็นสินค้าที่มีราคาสูง เป็นผลให้ผู้คนกำลังมองหาทางลัดเพื่อช่วยให้พวกเขาปรับปรุงประสบการณ์ซูเปอร์มาร์เก็ตโดยไม่ลดทอนความสามารถในการจ่าย
  • หนึ่งในสี่ของคนที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปีที่ทำการสำรวจกำลังใช้ mobile เพื่อทำการซื้ออาหาร หลายครั้งที่มีการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในร้านค้า: 40% ของผู้ซื้ออาหารใช้โทรศัพท์เพื่อตรวจสอบรายการช้อปปิ้งดิจิทัลของพวกเขาเมื่ออยู่ในร้านและ 34% ของคนที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปีกล่าวว่าพวกเขาใช้โทรศัพท์เพื่อค้นหาโปรโมชั่นและส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าในร้าน

2. ผู้คนต้องการเนื้อหาทางสังคมที่ช่วยให้พวกเขาสำรวจรสนิยมใหม่ ๆ

  • เกือบครึ่งหนึ่งของอายุระหว่าง 18-34 ปีที่สำรวจระบุว่าพวกเขาเป็น “นักชิม” – เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนน้อยกว่าหนึ่งในสามของผู้ที่มีอายุ 35 ปี อาหารมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในชีวิตของหลายคน สำหรับคนอายุน้อยมันเป็นมากกว่าแค่ประสบการณ์ที่สนุกสนาน มันกลายเป็นส่วนสำคัญของตัวตนของพวกเขาและพวกเขาใช้สื่อสังคมเพื่อช่วยเพิ่มความเชี่ยวชาญและความเข้าใจ
  • 44% ของผู้ซื้ออาหารอายุระหว่าง 18-34 ปีโพสต์หรือแชร์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอาหารบนโซเชียลมีเดีย
  • 87% ของผู้ซื้ออาหารอายุระหว่าง 18-34 ปีกล่าวว่าพวกเขาค้นพบแนวคิดอาหารหรือสูตรอาหารใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มโซเชียล
  • 31% ของผู้ซื้ออาหารอายุระหว่าง 18-34 ปีกล่าวว่าเมื่อค้นพบผลิตภัณฑ์ใหม่ออนไลน์พวกเขาจะพิจารณาใช้มันในสูตรอาหาร

3. ผู้คนเลือกซื้อตามความหิวโหยแบบดิจิทัล

เมื่อผู้คนเห็นภาพอาหารมันกระตุ้นต่อมความอยากราวกับอาหารนั้นวางอยู่ตรงหน้าพวกเขา ภาพที่สดใสสมจริงมากเท่าไหร่ก็จะเพิ่มความอยากลองชิมมากเท่านั้น

  • 46% ของผู้ใช้ Instagram ในสหรัฐอเมริกาบอกว่าพวกเขาชอบที่จะดูและแบ่งปันเนื้อหาเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม
  • 31% ของผู้มีอายุระหว่าง 18-34 ปีบอกว่าโฆษณาในฟีด Instagram หรือ Facebook ช่วยให้พวกเขาตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ใหม่

อ่านรายงานเพิ่มเติมได้ที่นี่

5 ข้อปรับธุรกิจค้าปลีกของคุณให้โดนใจ Millennials

จากรายงานการสำรวจข้างต้นบอกเราว่าพฤติกรรมของ Millennials ชอบค้นหา แบ่งปัน รูปภาพหรือวิดีโอโดยเฉพาะเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มในโซเชียลมีเดีย และเมื่อพวกเขาพบสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจก็จะจับจ่ายทันทีเพราะสามารถเชื่อมต่อการชำระเงินได้สะดวกบนอุปกรณ์มือถือ 5 ข้อด้านล่างนี้น่าจะช่วยให้แนวคิดในการปรับร้านค้าปลีกของคุณให้โดนใจเหล่า Millennials ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. สร้างแอพมือถือสำหรับธุรกิจที่เชื่อมโยงการชำระเงินกับธนาคารหรือกระเป๋าเงินดิจิทัล เชิญชวนให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอพ

2. ให้ข้อเสนอใหม่ ๆ รวมทั้งแจ้งข่าวสารและส่วนลดทางอีเมลหรือข้อความส่วนตัวที่สามารถใช้ได้ทันทีบนแอพมือถือ

3. สร้างเนื้อหาเรื่องราวที่เชิญชวนให้อยากติดตามและค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณและสร้างแรงบันดาลใจให้อยากแบ่งปันแก่เพื่อนหรือครอบครัวของพวกเขาบนโซเชียลมีเดีย

4. เพิ่มตัวเลือกแผนที่ภายในแอพเพื่อผู้คนสามารถค้นหาสาขาที่ใกล้ที่สุดได้อย่างสะดวกหากต้องการไปชมสินค้าหรือใช้บริการที่ร้านค้า

5. ปรับรูปภาพและวิดีโอของคุณให้มีสีสรรสดใสและคมชัดพร้อมให้รายละเอียดสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน พร้อมรายละเอียดชื่อ ที่อยู่ หมายเลขติดต่อของบริษัทและลิ้งก์ที่สามารถคลิกเพื่อเชื่อมต่อไปยังหน้าการสั่งซื้อได้ทันที

ก่อนปิดหน้านี้

ธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่มีเพียงหน้าร้านคงอยู่ยากขึ้นในอนาคตอันใกล้ ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนท่ามกลางการหยุดชะงักและการเพิ่มขึ้นของ digitalisation วิธีที่ผู้คนช้อปปิ้งรวมถึงการเพิ่มขึ้นของตลาดอีคอมเมิร์ซ อย่างเช่น อเมซอน, ลาซาด้า, ช้อปปี้, และผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่ได้นำเทคโนโลยีค้าปลีกรวมถึง AI มาใช้ในธุรกิจเป็นเหตุให้ร้านค้าปลีกที่ไม่ปรับสู่ดิจิทัลต่างต้องปิดตัวไปแม้แต่ Sears ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่อยู่ในอุตสาหกรรมมายาวนานในสหรัฐอเมริกายังล่มสลาย

บริษัทที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยยกระดับการค้าปลีกได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟู ในสัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวเกี่ยวกับ Trax ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีค้าปลีกในสิงคโปร์กลายเป็นยูนิคอร์นที่สองของสิงคโปร์ในขณะที่ Standard Cognition ซึ่งเป็นบริษัทน้องใหม่ด้านเทคโนโลยีค้าปลีกได้เพิ่มเงินลงทุนขึ้นอีก 35 ล้านดอลลาร์ทำให้มูลค่าเพิ่มเป็น 535 ล้านดอลลาร์

วิธีที่บริษัทเทคโนโลยีค้าปลีกกำลังเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ผู้ใช้นั้นแตกต่างกันในขณะที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง

  • Standard Cognition และคู่แข่งอย่าง Zippin และ Amazon Go นำเสนอ “ประสบการณ์ชำระเงินที่ไม่ต้องใช้เงินสด” ซึ่งลูกค้าสามารถนำผลิตภัณฑ์ออกจากชั้นวางและเดินออกจากร้านได้เลย
  • Trax นำเสนอการวิเคราะห์การค้าปลีกขั้นสูงโดยใช้หุ่นยนต์และ Computer Vision เพื่อติดตามผลิตภัณฑ์บนชั้นวางของร้านค้าและรวบรวมข้อมูลขั้นสูง บริษัทได้ปิดข้อตกลงกับยักษ์ใหญ่อย่างเนสท์เล่และไฮเนเก้น
  • Spacee กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีที่ลูกค้าโต้ตอบกับร้านค้าด้วยการสร้างประสบการณ์ AR แบบ “ไม่ต้องใช้อุปกรณ์” เช่น เปลี่ยนโต๊ะหรือหน้าต่างเป็นหน้าจอสัมผัสที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้
  • ModiFace ที่ถูกซื้อโดย L’Oreal ในปี 2018 สร้างกระจกที่อนุญาตให้ลูกค้าทดลองแต่งหน้าโดยไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ใดเลย

การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมค้าปลีกจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและสู้กับคู่แข่งที่กำลังปรับตัวตามยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับร้านค้าปลีกขนาดเล็กและกลางบางครั้งการลงทุนในเทคโนโลยีค้าปลีกด้วยตัวเองลำพังอาจต้องใช้งบประมาณสูง การเข้าร่วมทางการค้ากับยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจเพราะ……….

อนาคตของอุตสาหกรรมค้าปลีก คือ “เทคโนโลยีค้าปลีก (Retail Tech)

Sellbrite is the easiest way for brands & retailers to list and sell their products on the world’s largest online marketplaces.

TRY IT FREE FOR 14 DAYS

คุณอาจสนใจ:

Facebook ปรับปรุงหน้าฟีดข่าวบนมือถือใหม่เริ่มเดือนสิงหาคมนี้

3 เคล็ดลับสร้าง Personal Brand ที่ไม่เหมือนใครสำหรับคนชอบเก็บตัว

5 เทคนิคสร้างรายได้ด้วย Facebook Watch

Facebook ต้องการช่วยธุรกิจขนาดเล็กสร้างโฆษณาเองแบบง่าย ๆ

7 แนวทางอนาคตของการส่งข้อความคือความเป็นส่วนตัว

10 เทคนิคช่วยเพิ่มรายได้ร้านค้าออนไลน์ของคุณ

7 ขั้นตอน Social Media ช่วยเสริม SEO

10 แนวโน้มเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปี 2019

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.